ไทย ENG

CONTACT US
0-2026-6875

WCIA Weekly Highlight 12 June 23

13/06/2023

WCIA Weekly บทความการลงทุนประจำสัปดาห์ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2566
อัปเดทตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสหรัฐ กูรูชี้ตลาดหุ้น EM น่าสนใจในทศวรรษนี้ และซาอุฯ ประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

EXECUTIVE SUMMARY

  • ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น จากนักลงทุนคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มิ.ย. นี้ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่ง ด้านตลาดฝั่ง EM ฟื้นตัวนำโดยตลาดหุ้นฮ่องกง หลังจากที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องก่อนหน้านี้
  • Special Headlines: อัปเดทตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสหรัฐ กูรูชี้ตลาดหุ้น EM น่าสนใจในทศวรรษนี้
    ซาอุประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • มุมมอง: เรามีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม Defensive สหรัฐในระยะกลาง ซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์จากช่วงเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยหลังจากนี้ และเรามองว่าหุ้น Asia ex. Japan อย่าง ตลาดหุ้นจีน ไต้หวัน อาเซียน รวมถึงเวียดนามมี Valuation ที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับ DM โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนที่ราคาสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว และคาดว่าทางการจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรฐกิจในประเทศเร่งด่วนในครึ่งปีหลังนี้
  • กองทุนแนะนำ: PRINCIPAL VNEQ-A, K-ASIA, K-GEMO

WEEKLY TOTAL ASSET CLASS RETURN

Source: Koyfin.com data as of 11 June 2023, *Annualized returns

SPECIAL HEADLINE: ตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสหรัฐทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี

  • กระทรวงแรงงานสหรัฐเผย ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานช่วงต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 28,000 รายสู่ระดับ 261,000 ราย และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 235,000 ราย อย่างไรก็ดีจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานคงค้างลดลง 37,000 ราย สู่ระดับ 1.76 ล้านราย
  • ซึ่งตัวเลขดังกล่าวทำให้ตลาดมองว่าตลาดจ้างงานเริ่มส่งสัญญาณคลายความตึงตัวแล้ว ด้านบริษัทสหรัฐในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ได้ประกาศเลิกจ้างงานมากกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยีและธนาคาร รวมถึงตลาดคาดว่าอัตราการว่างงานสหรัฐจะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.5% ในสิ้นปี จากปัจุบันที่ระดับ 3.7%

ที่มา: https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-06-08/us-jobless-claims-surge-to-261-000-highest-since-october-2021

กูรูชี้ตลาดหุ้น EM น่าสนใจในทศวรรษนี้

  • โดยช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้น Emerging-market ทำผลงานน่าผิดหวัง โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% ขณะที่ตลาดหุ้น DM เพิ่มขึ้น 11% จากปัจจัยเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวอย่างอ่อนแอหลังจากเปิดประเทศ โดยเฉพาะตลาดสินเชื่อ ภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการส่งออก
  • อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์มองว่าปัจจุบันตลาด EM ได้สะท้อนปัจจัยลบมากเกินไป ซึ่งหากไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจที่ยังเติบโตได้ในระดับดี และมองว่าครึ่งปีหลังต่อจากนี้จะเป็นโอกาสในการลงทุน จากปัจจัยบวกหลายๆ อย่าง อาทิ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลักๆ ทั่วโลกที่แตะระดับสูงสุด ซึ่งคาดว่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่า ทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศจีนไม่มีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ
    รวมถึงการปฎิรูปเชิงโครงสร้างในอินเดีย ซึ่งจะหนุน Sentiment ตลาดหุ้นทางฝั่ง EM  

ที่มา: https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-06-11/-decade-of-emerging-markets-may-be-about-to-regain-traction

ซาอุประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

  • กระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบียประกาศว่า กำลังการผลิตนำมันของประเทศจะลดลงเหลือ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ก.ค. จากประมาณ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบหลายปี อย่างไรก็ดีราคาน้ำมันไม่ได้ตอบสนองในเชิงบวกมากนัก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่ายังมีปัจจัยกดดันต่อตลาด จากเศรษฐกิจจีนที่ยังฟื้นตัวไม่แข็งแรง และมาตรการแทรกแซงและคว่ำบาตรรัสเซียของตะวันตกเริ่มผ่อนคลายลง จากกิจกรรมการขนส่งทางเรือที่ขยายตัว
  • ทั้งนี้ OPEC+ ได้ปรับลดกำลังการผลิต 3.66 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 3.6% ของอุปสงค์ทั่วโลก โดย 2 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ตกลงกันเมื่อปีที่แล้ว และการปรับลดโดยสมัครใจ 1.66 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ตกลงกันในเดือน เม.ย.
    ที่ผ่านมา

ที่มา: https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-06-11/oil-traders-are-daring-to-defy-market-kingpin-saudi-arabia

WEEKLY RECAP

US

  • เวิลด์แบงก์ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกโต 2.1% ปีนี้ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือน ม.ค. ที่ระดับ 1.7% แต่ต่ำกว่าการขยายตัวในปี 65 ที่ระดับ 3.1% อย่างไรก็ดีธนาคารโลกระบุว่า เศรษฐกิจโลกยังคงได้รับผลกระทบจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดและวิกฤตการณ์ในภาคธนาคาร ขณะเดียวกันได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 1.1% ในปีนี้
  • สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลง แม้ดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวลง โดยจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองลดลง 1.4% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการรีไฟแนนซ์ลดลง 1%WoW และลดลง 42%YoY ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยเพื่อการจำนองแบบคงที่ระยะเวลา 30 ปีปรับตัวลงสู่ระดับ 6.81% จากระดับ 6.91%
  • แบบจำลองเฟดบ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.2% ในไตรมาส 2/66 หลังจากขยายตัว 1.1% ในไตรมาส 1 โดยตัวเลขดังกล่าวมาจากแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ของเฟด สาขาแอตแลนตา และจะรายงานตัวเลขคาดการณ์ GDPNow ครั้งใหม่ในวันที่ 15 มิ.ย. ทั้งนี้เศรษฐกิจสหรัฐในปีที่ผ่านมาทั้งปีขยายตัวที่ 2.1%

EUROPE

  • เยอรมนีเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว 0.3% ในเดือน เม.ย. โดยได้แรงหนุนจากภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ที่มีการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% ด้านยอดคำสั่งซื้อภาคการผลิตยังคงชะลอตัวลง บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ซบเซาของอุตสาหกรรมการผลิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
  • ตลาดคาด ECB ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในสัปดาห์หน้าสู่ระดับ 3.5% และคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งที่ระดับ 0.25% เป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้ในการประชุมเดือน ก.ค. โดยก่อนหน้านี้นางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวว่าจะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อกดดันให้เงินเฟ้อปรับตัวลงสู่เป้าหมาย 2% ของ ECB
  • หน่วยงานกำกับดูแลด้านพลังงานของเยอรมนีเผยว่า วิกฤตพลังงานในเยอรมนียังไม่ถึงจุดคลายความกังวล ปัจจัยที่ใหญ่ที่สุดยังคงเป็นสภาพอากาศในฤดูหนาว อย่างไรก็ดีเยอรมนีถือว่าประสบความสำเร็จในการกระจายอุปทานและการที่เยอรมนีลดการพึ่งพาก๊าซของรัสเซีย หลังจากที่รัสเซียรุกรานยูเครน

ASIA

  • ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดในแดนบวก ได้แรงหนุนจากการคาดว่ารัฐบาลจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังการเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอและความเสี่ยงที่จีนจะเผชิญภาวะเงินฝืด ขณะที่มีรายงาน China Beige Book ของเดือน พ.ค. ระบุว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังคงเผชิญกับความผันผวน โดยราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยอดขายกลับชะลอตัวลง รวมทั้งยอดส่งออกของจีนปรับตัวลง 7.5%YoY ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
  • แบงก์พาณิชย์ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก-กู้ ขานรับกนง. โดยแบงก์ออมสินจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.35% ต่อปี และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทในอัตรา 0.25% ต่อปี ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. ด้านแบงก์กรุงศรีฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.30% ต่อปีและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.20-0.25% ต่อปี ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.

COMMODITIES

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลดลงปิดที่ 71.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่ออุปสงค์น้ำมัน เนื่องจากความกังวลเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว จะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน ซึ่งบดบังปัจจัยบวกจากการที่ซาอุฯ ประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอีก 1 ล้านบาร์เรล/วัน
  • ราคาทองคำปรับตัวลงที่ $1,960.57 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยระหว่างสัปดาห์ทำระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ โดยนักลงทุนมีการลดการถือครองทองคำเพื่อเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง อย่าง หุ้น ในช่วงเวลานี้ หลังปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจมหภาคได้คลี่คลายลง
  • ค่าเงินบาทยังอ่อนค่าปิดตลาดที่ 34.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยระหว่างสัปดาห์มีการเปิดเผยยอดส่งออก-นำเข้า และดุลการค้าจากจีน ซึ่งออกมาผิดจากที่ตลาดคาดการณ์ค่อนข้างมาก รวมถึงปัจจัยทางการเมืองในประเทศที่ไม่แน่นอน เป็นปัจจัยกดดันต่อค่าเงินบาท

จัดอันดับกองทุนพักเงิน

หมายเหตุ: ข้อมูลการจัดอันดับกองทุนเป็นเพียงข้อมูลหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน

ที่มา: AspenRTD, data as of 11 June 2023

โดยรายละเอียดแผนการลงทุนและกองทุนที่แนะนำให้กับลูกค้าจะมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับระดับการยอมรับความเสี่ยง ผลตอบแทนคาดหวัง ข้อจำกัดในการลงทุนของแต่ละบุคคล และเรามีการคัดเลือกและวิเคราะห์กองทุนที่เหมาะกับการจัดพอร์ตการลงทุนในแต่ละบุคคล

โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ติดต่อทีมงานฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน เพื่อสอบถามรายละเอียดและคำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมกับท่าน ได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 02-026-6875   หรือ อีเมลล์ investment@wealthcertified.co.th

Wealth Certified Investment Team

นาย พันเลิศ เจริญสวรรค์ : นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ ผู้วางแผนการลงทุน

นาย กรวิชญ์ สำเภาสงฆ์ : ผู้วางแผนการลงทุน

อ่านบทความย้อนหลังได้ที่

https://wealthcertified.co.th/wcia-weekly-highlight-29-may-23/

https://wealthcertified.co.th/wealth-certified-2023-investment-outlook/

Disclaimer: ข้อมูลและเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ ถูกรวบรวมขึ้นจากแหล่งที่มาที่พิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามทางบริษัทนายหน้าหลักทรัพย์ซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด ไม่อาจรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเอกสารฉบับนี้ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ ข้อมูลและความคิดเห็นในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

     ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถนำเอามาใช้รับประกันผลตอบแทนในปัจจุบันและอนาคตได้ ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลขาดทุนจากการขาดทุนได้ จึงต้องทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานที่นำเสนอนั้น อาจไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิเช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องมีการเรียกเก็บจากผู้ลงทุน เป็นต้น

      เอกสารการลงทุนฉบับนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการแนะนำการลงทุน และอนุญาตให้ใช้เฉพาะภายในบริษัท (internal use only) เท่านั้น ไม่ใช่เอกสารเผยแพร่ทั่วไป กรณีที่มีการนำเอกสารนี้ไปเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไป และไม่สามารถนำไปแก้ไข ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนหรือทั้งหมด โดยที่ไม่ได้รับการอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด หากเกิดความเสียหายเกิดขึ้นจากการใช้เอกสารฉบับนี้ บริษัทมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการทางด้านกฎหมายได้ทันที

You cannot copy content of this page