ตลาดการลงทุนทั่วโลกฟื้นตัวในช่วงปลายสัปดาห์ หลังความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายลงจากความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านรวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการระดับสูงเพื่อผลักดันข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน ขณะที่ Fed คงอัตราดอกเบี้ยตามคาดและส่งสัญญาณรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นการหมุนเวียนเม็ดเงินจากหุ้นขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูงไปยังกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ต้นน้ำและบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้งาน AI มากขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลาย ส่งผลให้ภาพรวมตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-On อย่างระมัดระวัง



ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังความเสี่ยงสงครามลดลง และความเสี่ยงเงินเฟ้อคลายกังวล ทำให้ Earning Yield Gap โดยรวมมีแนวโน้มแคบกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา
News overview from last week

Vance in Switzerland Peace Talks
รายงานระบุว่ารองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี. แวนซ์ เดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน โดยมุ่งลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทั้งประเด็นนิวเคลียร์ เลบานอน และช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าการเดินเรือในช่องแคบยังเป็นปกติและไม่พบการปิดเส้นทางจริง
แม้อิหร่านจะอ้างการตอบโต้ทางทหารต่ออิสราเอลและสถานการณ์ตึงเครียดกับฮิซบอลลาห์ แต่ฝั่งสหรัฐฯ ย้ำว่าการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบยังดำเนินต่อได้ตามปกติ สะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อพลังงานโลกยังอยู่ในระดับจำกัดในระยะสั้น
อีกด้านหนึ่ง มีรายงานเชิงบวกว่าการเจรจาระดับสูงเริ่มมีความคืบหน้า โดยมีแนวคิดตั้งโรดแมปเพื่อบรรลุข้อตกลงภายใน 60 วัน พร้อมตั้งคณะทำงานและช่องทางสื่อสารด้านความปลอดภัยทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซและลดความขัดแย้งในเลบานอน
บรรยากาศดังกล่าวสะท้อนทั้งแรงกดดันและความพยายามลดความเสี่ยงการลุกลามของความขัดแย้งในภูมิภาค แม้ยังไม่มีข้อสรุปถาวร แต่ตลาดเริ่มตอบสนองผ่านความผันผวนของราคาน้ำมันจากความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์
โดยรวม สถานการณ์อยู่ในเฟส “ลดความตึงเครียดเชิงการทูต” แต่ยังต้องจับตาความเปราะบางของข้อตกลงและความเสี่ยงด้านพลังงานโลกในช่วง 60 วันข้างหน้า
source : Trump threatens new attacks as US-Iran peace talks open in Switzerland | Reuters
Fed Turns Hawkish Under Warsh
การประชุม Fed ครั้งแรกภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh แม้จะคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% แต่สารสำคัญคือ Fed เปลี่ยนจาก “คิดจะลดดอกเบี้ย” กลายเป็น “คิดจะขึ้นหรือคงดอกเบี้ย” โดย Dot Plot ล่าสุดมีกรรมการถึง 9 จาก 18 คนที่มองว่าควรขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่เหลือเพียง 1 คนที่ยังมองว่าควรลดดอกเบี้ย สะท้อนว่า Fed กลับมาให้ความสำคัญกับการต่อสู้เงินเฟ้อมากกว่าความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว
Fed ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ขึ้นแรง โดย PCE เพิ่มจาก 2.7% เป็น 3.6% และ Core PCE จาก 2.7% เป็น 3.3% ขณะที่ GDP ถูกปรับลดลงเล็กน้อย แต่ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ทำให้มุมมอง “Higher for Longer” กลับมามีน้ำหนักมากขึ้น และตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
Warsh ยังส่งสัญญาณเปลี่ยนแนวทางการสื่อสารของ Fed อย่างชัดเจน โดยตัดรายละเอียดในแถลงการณ์ออกจำนวนมาก ไม่ส่ง Dot Plot ของตัวเอง และประกาศลดการใช้ Forward Guidance เพื่อให้ตลาดพึ่งพาข้อมูลเศรษฐกิจจริงมากกว่าคำใบ้จาก Fed ส่งผลให้ความผันผวนของตลาดอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
ตลาดตอบรับในเชิง Hawkish ทันที โดย Bond Yield อายุ 2 ปีพุ่งขึ้นกว่า 12 bps, Yield Curve 2Y-10Y แบนลง, เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และสินทรัพย์เสี่ยงถูกขายทำกำไร สะท้อนว่าตลาดเชื่อว่า Fed ยุคใหม่จะเข้มงวดกว่าเดิม
Bottom Line: Fed ยุค Warsh มีแนวโน้ม “ดอกเบี้ยสูงนานขึ้น (Higher for Longer) + พูดน้อยลง + เน้นเงินเฟ้อเป็นหลัก + สนับสนุนดอลลาร์แข็ง” ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่โดยทั่วไปเอื้อต่อเงินดอลลาร์และพันธบัตรระยะสั้นมากกว่าสินทรัพย์เสี่ยงและตลาดเกิดใหม่ในระยะสั้นถึงกลาง

source : Warsh kicks off Fed chief era with sweeping review as rates remain unchanged | Reuters
FERC Pushes Grid Overhaul for AI Data Centers
คณะกรรมการกำกับพลังงานสหรัฐฯ (FERC) ออกมาตรการกดดันให้ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าทั่วประเทศ (ยกเว้นเท็กซัส) ต้อง “ทบทวนหรือปรับโครงสร้างกฎการเชื่อมต่อไฟฟ้า” สำหรับผู้ใช้พลังงานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ ดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังดึงความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ใจความสำคัญคือ FERC ให้เวลา 60 วันแก่ผู้ให้บริการกริดหลัก ๆ ในการอธิบายหรือเสนอการปรับปรุงกฎใน 5 ด้าน เช่น วิธีการอนุมัติการเชื่อมต่อ, การจัดสรรต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการทำให้กระบวนการเร็วขึ้นเพื่อรองรับโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่
เหตุผลหลักมาจากการที่ ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทำให้ความต้องการไฟฟ้าในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับ record high และเริ่มสร้างแรงกดดันต่อความมั่นคงของโครงข่ายไฟฟ้าในหลายภูมิภาค ซึ่งบางพื้นที่เริ่มเสี่ยงต่อไฟฟ้าไม่พอใช้งาน
แนวทางของ FERC คือ “เร่งการเชื่อมต่อ แต่ต้องไม่ทำให้ระบบล่ม” โดยผลักให้ผู้ใช้รายใหญ่บางส่วนต้อง จัดหาไฟฟ้าเองหรือมีระบบสำรอง/ลดการใช้ไฟในช่วง peak load เพื่อลดภาระกริด
ภาพรวมคือเป็นการปรับโครงสร้างกฎพลังงานครั้งใหญ่ เพื่อรองรับ “AI boom” และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก ขณะเดียวกันก็พยายามควบคุมความเสี่ยงด้านค่าไฟและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว
source : Top US energy regulator pushes grids to overhaul data center power rules | Reuters
Economic Calendar

กองทุนเสนอขายครั้งแรก และการจัดอันดับกองทุนพักเงิน


จัดอันดับกองทุนพักเงินประจำสัปดาห์ วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ประเภทกองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ระยะสั้น และตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว โดยเรียงตามอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี



ติดตามบทความอื่นๆได้ที่ https://wealthcertified.co.th/market-update/
Disclaimer
ข้อมูลและเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ ถูกรวบรวมขึ้นจากแหล่งที่มาที่พิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามทางบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซ อร์ติฟายด์ จำกัด ไม่อาจรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเอกสารฉบับนี้ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ ข้อมูลและความคิดเห็นในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถนำเอามาใช้รับประกันผลตอบแทนในปัจจุบันและอนาคตได้ ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลขาดทุนจากการขาดทุนได้ จึง ต้องทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานที่นำเสนอนั้น อาจไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องมีการเรียกเก็บจากผู้ลงทุน เป็นต้น
ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียม เช่น ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end-fee) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end-fee) ค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยน หน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมในการโอนหน่วยลงทุนให้กับบุคคลอื่น หรือค่าปรับกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนดในโครงการ (Exit Fee) เป็น ต้น รวมถึง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสินทรัพย์ของกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) เป็นต้น ได้จาก Fund Factsheet กองทุนของแต่ละบลจ. บริษัทฯ ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมของกองทุนตามที่ระบุไว้ใน Fund Fact sheet ของแต่ละบลจ. บริษัทฯ อาจได้รับค่าตอบแทน (Trailer Fee) จากบลจ. จากการแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในกองทุนนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นค่าบริการใน การให้คำแนะนำและดูแลการลงทุนของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปและไม่สามารถนำไปแก้ไข ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนหรือทั้งหมด โดยปราศจากความเห็นชอบและอนุญาตจาก บริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลส์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด