สัปดาห์นี้ตลาดการเงินเคลื่อนไหวภายใต้ความกังวลเชิงนโยบายมากกว่าปัจจัยเศรษฐกิจพื้นฐาน โดยต้นสัปดาห์นักลงทุนระมัดระวังจากประเด็นที่กระทบความเชื่อมั่นต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้ risk premium ปรับสูงขึ้นชั่วคราว ก่อนที่ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI จะช่วยคลายความกังวล หลังสะท้อนว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้และไม่กดดันดอกเบี้ยเพิ่ม บรรยากาศเชิงบวกถูกตอกย้ำจากผลประกอบการ TSMC ที่ยืนยันความแข็งแกร่งของธีม AI ส่งผลให้กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดดเด่นตลอดสัปดาห์ ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินถูกกดดันจากความเสี่ยงเชิงนโยบายเฉพาะจุดเรื่องการจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิต สรุปแล้ว ดัชนีรวมทรงตัว แต่ตลาดเลือกสะท้อนความเสี่ยงและโอกาสเป็นรายกลุ่มมากกว่ามองภาพเศรษฐกิจถดถอยทั้งระบบ


ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น Earning Yield ลดลงจากราคาที่ปรับขึ้น ขณะที่ Bond yield เพิ่มขึ้นนำโดยเฉพาะสหรัฐฯและญี่ปุ่น ทำให้ Earning Yield Gap โดยรวมมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบแต่มีแนวโน้มแคบกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา
News overview from last week

TSMC smashes forecasts with record profit
TSMC: ผลประกอบการ Q4 และแนวโน้มปี 2569 ขับเคลื่อนโดย AI
TSMC กำไรสุทธิไตรมาส 4 จะเติบโตเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากความต้องการชิปขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI
การเติบโตของกำไรได้รับแรงหนุนหลักจากชิปประมวลผลสำหรับ AI data center และ server accelerator ซึ่งยังมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
รายได้ไตรมาสล่าสุดขยายตัวมากกว่า 20% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนความสามารถในการตั้งราคาของชิปขั้นสูงและ utilisation rate ที่อยู่ในระดับสูง
TSMC ยังคงเป็นผู้ผลิตชิปหลักให้กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เช่น Nvidia และ Apple ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแส AI
นักวิเคราะห์ประเมินว่ารายได้ปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตในช่วง 25–30% จากการเร่งลงทุนด้าน AI ของ hyperscalers และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
บริษัทมีแผนเพิ่มงบลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อขยายกำลังการผลิตชิประดับ advanced node รองรับความต้องการในระยะกลางถึงยาว
การลงทุนสร้างโรงงานในสหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐแอริโซนา สอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และช่วยกระจายความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
source : TSMC smashes forecasts with record profit, flags more US factories | Reuters
US Banks: Earnings Beat, But Pressures Remain
ธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการออกมา ดีกว่าที่ตลาดคาดโดยรวม โดยแรงหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจวาณิชธนกิจ การซื้อขายในตลาดทุน และรายได้ดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
กลุ่มธนาคารเพื่อการลงทุนอย่าง Goldman Sachs และ Morgan Stanley โดดเด่นจากรายได้ด้าน investment banking และ trading ที่กลับมาคึกคัก ตามกิจกรรม IPO และ M&A ที่ฟื้นตัว
ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่าง JPMorgan, Bank of America, Citigroup และ Wells Fargo ได้แรงหนุนจาก รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ยังแข็งแรง แม้ต้นทุนเงินฝากเริ่มสูงขึ้น
คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังอยู่ในระดับควบคุมได้ หนี้เสียและการตั้งสำรองไม่ได้เร่งตัวผิดปกติ สะท้อนตลาดแรงงานและภาคครัวเรือนที่ยังมีความแข็งแกร่ง
ฝั่งที่ออกมาดี / ดีกว่าคาด (เป็นส่วนใหญ่)
ธนาคารเมกาได้แรงหนุนหลักจาก ธุรกิจตลาดทุน โดยเฉพาะ investment banking และ trading ที่ฟื้นตัวแรงจากดีล M&A และตลาดหุ้นที่คึกคัก
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังอยู่ในระดับสูง เพราะดอกเบี้ยยังทรงตัว ไม่ได้ลดเร็วอย่างที่เคยกังวล
คุณภาพสินทรัพย์ยังควบคุมได้ หนี้เสียและการตั้งสำรองยังไม่เร่งตัว
ลูกค้าธุรกิจและตลาดทุนยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง สะท้อนเศรษฐกิจที่ยัง “ไม่พัง”
ฝั่งที่กดดัน / ทำให้ภาพดูผสมผสาน
ต้นทุนเงินฝากเริ่มสูงขึ้น กดดัน margin ของธนาคารพาณิชย์บางแห่ง
ธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภค โดยเฉพาะบัตรเครดิตและสินเชื่อรายย่อย เริ่มเห็นแรงกดดันด้านเครดิต
ผู้บริหารหลายธนาคารให้ guidance ระมัดระวัง ต่อครึ่งหลังปี เพราะความไม่แน่นอนนโยบายและการเมือง
ประเด็นกำกับดูแล เช่น แนวคิดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต ยังเป็น overhang ต่อ sector
สรุป งบธนาคารเมกาสัปดาห์นี้ ดีจากตลาดทุนและดอกเบี้ยที่ยังสูง
แต่ ผสมผสานเพราะต้นทุนเงินฝาก ความเสี่ยงเครดิต และความไม่ชัดเจนเชิงนโยบาย
source : Wall Street banks face test with Trump’s call for credit card rate cap | Reuters
Trump’s call for credit card rate cap
1) แนวคิดหลักของมาตรการ
ทรัมป์ประกาศเรียกร้องให้ตั้ง เพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ไม่เกิน 10% ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยตั้งเป้าว่าจะทำให้มีผลตั้งแต่ 20 มกราคม 2026 เพื่อบรรเทาภาระดอกเบี้ยของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ปัจจุบันต้องจ่ายอัตราที่สูงมาก (บางรายที่ 20-30%)
2) ยังไม่ใช่กฎหมายบังคับจริง
ข้อเสนอครั้งนี้เป็น การเรียกร้องหรือคำสั่งของทำเนียบขาว แต่ยังไม่มีการผ่านเป็น กฎหมายโดยสภาคองเกรส ซึ่งหมายความว่าตอนนี้ยังไม่มีฐานอำนาจทางกฎหมายให้บังคับใช้โดยตรงกับบริษัทบัตรเครดิตได้
3) ความเห็นจากตลาดการเงินและธนาคาร
ธนาคารใหญ่หลายแห่งและผู้บริหารระดับสูงเตือนว่าการบังคับเพดานดอกเบี้ยดังกล่าว อาจทำให้การให้สินเชื่อบัตรเครดิตตึงตัวมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงเครดิตได้ยากขึ้น และอาจมีผลเสียต่อเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความผันผวนบางช่วงหลังมีข่าวนี้ เพราะนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อกลุ่มธนาคารและบริษัทบัตรเครดิต
4) ปฏิกิริยาทางการเมืองและธุรกิจ
มีเสียงสนับสนุนจากบางสมาชิกวุฒิสภาเกี่ยวกับแนวคิดเพดานนี้ แต่ก็มีทั้งฝ่ายที่สงสัยและต่อต้าน โดยเฉพาะจากตัวแทนภาคธุรกิจที่มองว่าหากถูกบังคับจริง อาจถูกธนาคารปรับรูปแบบการปล่อยสินเชื่อหรือไม่พิจารณาเครดิตให้บางกลุ่มผู้บริโภค
source : JPMorgan profit beats estimates on trading boom, shares hit by weaker investment banking | Reuters
US Senate committee delays crypto bill
1. สภาเสนอร่างกฎหมายกำกับคริปโต
ส.ว.สหรัฐฯ เพิ่ง เสนอร่างกฎหมายฉบับใหญ่เพื่อสร้างกรอบกำกับอุตสาหกรรมคริปโต ที่จะระบุชัดว่าโทเค็นต่าง ๆ เช่น Bitcoin ถือเป็นสินทรัพย์แบบไหน (เช่น เหรียญสินค้า) และให้ CFTC เป็นหน่วยกำกับหลักสำหรับตลาด spot crypto แทน SEC พร้อมมาตรฐานรายงานข้อมูลและกฎสำหรับ stablecoin และ DeFi — แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเจรจาและยังไม่ได้ผ่านเป็นกฎหมายจริง
2. การพิจารณากฎหมายถูกเลื่อน
คณะกรรมาธิการในวุฒิสภาสหรัฐฯ เลื่อนการดีเบตร่างกฎหมายคริปโต หลังมีแรงคัดค้านจากผู้นำอุตสาหกรรม เช่น CEO ของ Coinbase ทำให้แผนการตั้งกรอบกำกับที่ชัดเจนอาจถูกขยายเวลาออกไปก่อน
3. โครงการ “Bitcoin Reserve” เผชิญอุปสรรค
มีการรายงานว่าแผนการตั้ง กองทุนสำรอง Bitcoin ของสหรัฐฯ ยังเดินหน้าช้า เพราะมีปัญหาทางกฎหมายและการจัดตั้งที่ต้องแก้ไขก่อนจะเริ่มจริง (เช่น กรอบการใช้งบและสิทธิของรัฐมนตรีคลัง)
4. วุฒิสภากลับมาหารือเรื่องโครงสร้างตลาด
วุฒิสภาสหรัฐฯ กลับมาพูดคุยเรื่องโครงสร้างตลาด Bitcoin และคริปโต อีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะได้ความชัดเจนด้านกฎระเบียบมากขึ้น
5. ความร่วมมือกับต่างประเทศ
มีรายงานว่า สหรัฐฯ–สหราชอาณาจักรเดินหน้าความร่วมมือด้านกฎคริปโต ภายใต้นโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อสร้างมาตรฐานร่วมและเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีนี้เติบโตในตลาดโลกมากขึ้น
source : US Senate committee delays crypto bill after opposition from Coinbase CEO | Reuters
Trump says big tech to curb data center power costs for Americans
ประเด็นเริ่มต้นมาจากปัญหา ค่าไฟในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากการขยายตัวของ Data Center และ AI ซึ่งใช้ไฟและน้ำจำนวนมาก ทรัมป์หยิบเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมืองสำคัญ โดยชี้ว่าประชาชนไม่ควรต้องจ่ายค่าไฟแพงเพราะ Big Tech และโจมตีนโยบายพลังงานสีเขียวเดิมที่ทำให้ต้นทุนพลังงานสูง
ท่าทีล่าสุดของทรัมป์คือ โยนภาระต้นทุนไปที่บริษัทเทคโนโลยี มากกว่าครัวเรือน เขาระบุชัดว่ากำลังทำงานร่วมกับ Microsoft และบริษัทอื่น ๆ เพื่อให้ศูนย์ข้อมูล จัดการค่าไฟเอง ไม่ให้ดันราคาค่าไฟบ้าน พร้อมส่งสัญญาณว่าจะกดดัน Grid operator และเร่งเพิ่มไฟฟ้าฐาน (Gas / Nuclear) เพื่อแก้ปัญหาไฟไม่พอในระยะกลาง
ฝั่ง Microsoft ตอบสนองเร็ว โดยประกาศโครงการใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ เน้น 3 เรื่องหลัก
หนึ่ง จ่ายค่าไฟในอัตราที่สะท้อนต้นทุนจริง และร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเอง ไม่ผลักภาระให้ประชาชน
แสดงบทบาท “Big Tech ต้อง pay its own way” ทั้งด้านพลังงาน น้ำ และชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแรงกดดันทางการเมืองของทรัมป์
ผลต่อ ตลาดหุ้น คือ แม้ narrative พลังงาน (Gas / Nuclear / Power) จะยังอยู่ แต่ระยะสั้น หุ้นพลังงานสหรัฐฯ ปรับลง เพราะ
– ตลาดขายทำกำไรหลังเล่นธีมทรัมป์ล่วงหน้า
– ราคาน้ำมันอ่อนตัวจากมุมมองเศรษฐกิจ – นักลงทุนเริ่มกังวลว่า Utility / Power producer อาจถูกกด margin หากรัฐจริงจังกับการคุมค่าไฟ
source : Microsoft rolls out initiative to limit data-center power costs, water use impact | Reuters
Chinese firms to stop using US and Israeli cybersecurity software
สถานการณ์ จีนแบนหรือจำกัดอย่างเข้มงวด
ศุลกากรจีนแจ้งไม่อนุญาตให้ H200 เข้าประเทศ: เจ้าหน้าที่ศุลกากรจีนสั่งบล็อกไม่ให้ H200 ผ่านด่านได้ในตอนนี้ และสั่งบริษัทเทคโนโลยีในจีนอย่าซื้อหากไม่จำเป็น → ประมาณการเป็น “การแบนทางปฏิบัติ” มากกว่าการอนุญาตทั่วไป
จีนไม่ยอมรับการนำเข้าแม้สหรัฐฯ ไฟเขียว: แม้ว่าสหรัฐฯ จะเปลี่ยนนโยบายอนุญาตให้ส่งออก H200 ภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ แต่ปักกิ่งยังคงจำกัดหรือห้ามไม่ให้เข้าจริง ๆ จนนำไปสู่ความล่าช้าหรือยกเลิกการสั่งซื้อบางส่วน
ผลกระทบถึงซัพพลายเชน: มีรายงานว่า ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนของ Nvidia H200 ต้องหยุดหรือชะลอการผลิตชั่วคราว เพราะการส่งมอบไปจีนถูกตีกลับอยู่หลายครั้ง
ความคาดหวังเรื่องการส่งมอบถูกลดทอน: Nvidia อาจจะต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลจีนก่อนจริง ๆ ถึงจะเริ่มส่งมอบล็อตแรกได้ ซึ่งยังไม่แน่นอนว่าจะแพร่หลายหรือเมื่อไหร่
สหรัฐฯ อนุญาต export ภายใต้เงื่อนไข แต่จีนเองกลัวเรื่องความมั่นคง, ต้องการหนุนอุตสาหกรรมในประเทศ, และมีท่าทีระมัดระวังมากในการรับชิประดับสูงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการใช้งานเชิงพาณิชย์และทหาร
จีนอาจยังอนุญาตให้ซื้อแค่บางกรณีหรือการวิจัย อยู่ระหว่างพิจารณา — เช่น อาจเป็นเฉพาะห้องทดลองหรือบางองค์กรที่มีเหตุผลพิเศษ แต่ก็ยังไม่เปิดให้สั่งซื้อทั่วไป เป็น “ข้อจำกัดแบบมีเงื่อนไข” มากกว่าเปิดเต็มที่
source : Exclusive: China’s customs agents told Nvidia’s H200 chips are not permitted, sources say | Reuters
Chinese firms to stop using US and Israeli cybersecurity software
จีนสั่งให้บริษัทในประเทศหยุดใช้ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยไซเบอร์จากสหรัฐฯ และอิสราเอล
Beijing tells Chinese firms to stop using US and Israeli cybersecurity software, sources say — จีนแจ้งบริษัทภายในประเทศให้ หยุดใช้ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยไซเบอร์จากบริษัทสหรัฐฯ และอิสราเอล เนื่องจากกังวลเรื่องความมั่นคงของข้อมูลและความเสี่ยงในการส่งข้อมูลสำคัญออกนอกประเทศ การแบนนี้ส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่าง VMware, Palo Alto Networks และ Fortinet รวมถึง Check Point Software Technologies จากอิสราเอลด้วย และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่จีนพยายามลดการพึ่งพาเทคโนโลยีตะวันตกในบริบทการแข่งขันทางเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ
สหรัฐฯ ขยายมาตรการเข้มงวดต่อบริษัทเทคโนโลยีจีนโดยอ้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
US agency votes to tighten restrictions on Chinese tech companies — หน่วยงานสหรัฐฯ ลงมติให้ เข้มงวดข้อจำกัดต่อบริษัทอุปกรณ์โทรคมนาคมและเทคโนโลยีของจีน ที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ โดยรอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการคุมเข้มด้านโครงสร้างพื้นฐานและไซเบอร์อีกด้านหนึ่ง ซึ่งสะท้อนความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ
Hikvision ฟ้องกลับสหรัฐฯ เรื่องการขยายมาตรการคุมเข้มอุปกรณ์โทรคมนาคม
Hikvision challenges US cybersecurity-related crackdown rule — บริษัทจีน Hikvision ได้ยื่นคำฟ้องในสหรัฐฯ หลังมีการขยายกฎของ Federal Communications Commission (FCC) ที่จะขยายการจำกัดอุปกรณ์โทรคมนาคมของบริษัทจีนที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่งสะท้อนการเผชิญหน้าเรื่องเทคโนโลยีและความปลอดภัยไซเบอร์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
Trump threatens tariffs EU
สหภาพยุโรปเตรียม เรียกประชุมฉุกเฉินทูตจาก 27 ประเทศสมาชิก ในวันอาทิตย์นี้ เพื่อหารือมาตรการตอบโต้ หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศจะใช้ ภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นกับชาติยุโรป ถ้าสหรัฐไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อ เกาะกรีนแลนด์ จากเดนมาร์กก่อน
ข้อเสนอภาษีนี้มีรายละเอียดว่าอาจเริ่มจาก 10 % ในวันที่ 1 ก.พ. เพิ่มเป็น 25 % ภายในเดือนมิ.ย. กรอบเวลานี้และเป้าหมายยังคงเป็นเงื่อนไขเพื่อกดดันให้เดนมาร์กยอมขายกรีนแลนด์ให้สหรัฐฯ
ผู้นำ EU เตือนว่า การขู่ขึ้นภาษีจะทำให้ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกตึงเครียด และอาจสร้าง “วงจรตกต่ำอันตราย” ที่กระทบทั้งเศรษฐกิจและความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป
source : EU warns of downward spiral after Trump threatens tariffs over Greenland | Reuters
Economic Calendar

กองทุนเสนอขายครั้งแรก และการจัดอันดับกองทุนพักเงิน


จัดอันดับกองทุนพักเงินประจำสัปดาห์ วันที่ 19 มกราคม 2569 ประเภทกองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ระยะสั้น และตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว โดยเรียงตามอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี



ติดตามบทความอื่นๆได้ที่ https://wealthcertified.co.th/market-update/
Disclaimer
ข้อมูลและเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ ถูกรวบรวมขึ้นจากแหล่งที่มาที่พิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามทางบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด ไม่อาจรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเอกสารฉบับนี้ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ ข้อมูลและความคิดเห็นในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถนำเอามาใช้รับประกันผลตอบแทนในปัจจุบันและอนาคตได้ ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลขาดทุนจากการขาดทุนได้ จึงต้องทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานที่นำเสนอนั้น อาจไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิเช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องมีการเรียกเก็บจากผู้ลงทุน เป็นต้น
เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปและไม่สามารถนำไปแก้ไข ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนหรือทั้งหมด โดยปราศจากความเห็นชอบและอนุญาตจากบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด