ไทย ENG

CONTACT US
0-2026-6875

Weekly Highlight 11 พฤษภาคม 2569

11/05/2026

ตลาดหุ้นโลกสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม semiconductor ที่ปรับตัวขึ้นแรงหลังหลายบริษัทประกาศผลประกอบการณ์ออกมาดีกว่าคาดและเรื่มเห็นสัญญานจาก Demand จาก Data Center เริ่มมากขึ้นทั้ง GPU/CPU/Memory ที่โตแรงและอาจเกิดการขาดแคลนทำให้ราคาขายสูงขึ้น แม้ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ชัดเจนและตึงเครียดมากขึ้นแต่นักลงทุนคาดหวังสุดท้ายจะสามารถเจรจาและเกิด MOU ได้ซึ่งจะไม่ลามเป็นสงครามใหญ่อีกครั้ง นอกจากนี้ในช่วงสัปดาห์นี้นักลงทุนติดตามการพบกันระหว่างสหรัฐฯและจีนซึ่งทางด้านทรัมป์ได้มีการพาเหล่าบรรดา CEO บริษัทสำคัญอย่าง Nvidia ไปเจรจาการค้าในช่วง 14-15 พฤษภาคมนี้ซึ่งอาจทำให้ตลาดเกิดการแกว่งตัวในช่วงสั้นๆ

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงจาก Bond yield ที่ปรับขึ้นหลังความเสี่ยงสงครามเพิ่มขึ้นทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น แต่ด้วยผลประกอบการหุ้นเทคยังปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ Earning Yield เพิ่มขึ้นทำให้ Earning Yield Gap โดยรวมมีแนวโน้มกว้างกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา

News overview from last week

US–Iran Stalemate Weighs on Trump

ประเด็นสำคัญ

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง United States กับ Iran ที่ยืดเยื้อมากกว่า 2 เดือน กำลังกลายเป็นภาระเชิงยุทธศาสตร์ต่อ Donald Trump มากกว่าผลลัพธ์เชิงชัยชนะ เนื่องจากเป้าหมายหลัก เช่น การหยุดโครงการนิวเคลียร์ การลดอิทธิพลของอิหร่าน หรือการสร้างความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในขณะเดียวกัน อิหร่านใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันตลาดพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งและกระทบเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงคะแนนนิยมของทรัมป์ ขณะที่ความพยายามทางการทูตยังติดทางตัน และข้อเสนอของอิหร่านถูกปฏิเสธ

นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์กำลังเข้าสู่ “สงครามค้างคา” ที่ไม่มีฝ่ายชนะชัดเจน และอาจทำให้ทรัมป์อยู่ในสถานะ “แย่กว่าก่อนเริ่มสงคราม” ทั้งเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และยุทธศาสตร์

ข้อเสนอของอิหร่าน: เปิดฮอร์มุซ + ลดความตึงเครียดทางทหารก่อน เพื่อสร้างบรรยากาศเจรจา แล้วค่อยพูดคุยเรื่องนิวเคลียร์ → อิหร่านมองว่าต้องคลายแรงกดดันก่อน ถึงจะเจรจาจากฐานที่มีศักดิ์ศรีได้

ทรัมป์ปฏิเสธทันที: ยืนยันว่าประเด็นนิวเคลียร์ต้องได้รับการแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก ไม่มีการผ่อนปรนก่อนได้ข้อตกลงเชิงโครงสร้าง → สะท้อนแนวทาง maximum pressure ที่ยังคงเป็นนโยบายหลักของทำเนียบขาว

Strategic Gap ยังสูงมาก: อิหร่านต้องการ relief ก่อน — สหรัฐฯ ต้องการ concession ก่อน วงจรนี้ยังหาจุดตัดไม่ได้ → ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าฝ่ายตรงข้ามต้องยื่นมาก่อน ทำให้เจรจาแท้จริงยังไม่เริ่มต้น

ผลระยะสั้น: โอกาสคลี่คลายยังจำกัดมาก — ฮอร์มุซยังถูกควบคุม ราคาน้ำมันยังสูง และความตึงเครียดไม่ลดลง → ตลาดพลังงานโลกยังอยู่ในภาวะผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

source : Trump and China’s Xi set for talks spanning Iran, nuclear, trade and AI | Reuters

Hantavirus

ประเด็นสำคัญ

พบผู้ติดเชื้อรวม 8 ราย และเสียชีวิต 3 ราย บนเรือ MV Hondius เอ็มวี ฮอนดิอุส ระหว่างเดินทางในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ หลังออกจากเมือง Ushuaia อู-ซัว-ย่า ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026

เชื้อที่พบคือสายพันธุ์ Andes virus ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ “อาจ” ติดต่อคนสู่คนได้ในบางกรณี แต่ยังถือว่าพบได้น้อย

WHO และ CDC ย้ำว่า “ยังไม่ใช่ COVID รอบใหม่” และความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังต่ำ

ผู้โดยสารจากหลายประเทศกำลังถูกติดตามอาการและกักตัว เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ และยุโรป

CDC ยกระดับเป็น “Level 3 emergency response” ซึ่งเป็นระดับเฝ้าระวังต่ำสุดของระบบฉุกเฉิน

ฮันตาไวรัสคืออะไร?

เป็นไวรัสที่มักแพร่ผ่าน “ปัสสาวะ อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งของหนู” โดยเฉพาะการสูดฝุ่นปนเปื้อนเข้าไป

อาการเริ่มจาก ไข้ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ ก่อนบางรายจะลุกลามเป็นปอดอักเสบและหายใจล้มเหลว

ยังไม่มีวัคซีนหรือยาจำเพาะ การรักษาหลักคือประคับประคองในโรงพยาบาล

สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญย้ำตอนนี้:

ความเสี่ยงยัง “ต่ำมาก” สำหรับคนทั่วไป

ยังไม่มีหลักฐานว่าระบาดวงกว้างแบบ COVID

จุดเสี่ยงหลักยังเป็นพื้นที่ที่มีหนูป่า/สิ่งปนเปื้อนจากหนู โดยเฉพาะในบางพื้นที่ของอเมริกาใต้

source : ArcGIS Dashboards / All passengers on hantavirus-hit ship considered high-risk contacts, EU health agency says  | Reuters

US Senate Committee set to consider long-awaited crypto

ประเด็นสำคัญ

วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมนำร่างกฎหมายคริปโตฉบับสำคัญชื่อ “Clarity Act” เข้าพิจารณาในสัปดาห์หน้า ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการสร้างกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจนในสหรัฐฯ หลังอุตสาหกรรมคริปโตเผชิญความไม่แน่นอนด้านกฎหมายมาหลายปี

Timeline ตอนนี้ของร่างกฎหมายคริปโต “Clarity Act” มีประมาณนี้ครับ

* มกราคม 2026
เริ่มเปิดร่างกฎหมายในวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ เพื่อกำหนดว่าเหรียญไหนอยู่ภายใต้ SEC หรือ CFTC

* มกราคม–มีนาคม 2026
กฎหมายติด deadlock เพราะธนาคารไม่ยอมเรื่อง stablecoin yield (การให้ดอกเบี้ย/ผลตอบแทนบน stablecoin) จนมีการเลื่อนพิจารณาหลายรอบ

* 2 พฤษภาคม 2026
Coinbase ออกมาบอกว่ามี “ข้อตกลงประนีประนอม” เรื่อง stablecoin แล้ว ทำให้โอกาสผ่านกฎหมายเริ่มสูงขึ้น

* 14 พฤษภาคม 2026
คณะกรรมาธิการ Senate Banking Committee จะประชุมและโหวตขั้นแรก (markup/executive session) เวลา 10:30 น. ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ถือเป็น milestone สำคัญมาก

source : US Senate Committee set to consider long-awaited crypto bill next week | Reuters

Meta poised to surpass Google in digital ad

ประเด็นสำคัญ

รายงานของ eMarketer ระบุว่า Meta Platforms มีแนวโน้มแซง Google ขึ้นเป็นบริษัทโฆษณาดิจิทัลที่มีรายได้สูงสุดของโลกเป็นครั้งแรกภายในปี 2026 โดย Meta ถูกคาดว่าจะมีรายได้โฆษณาราว 243.5 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่า Google ที่ประมาณ 239.5 พันล้านดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Meta โตเร็ว คือการใช้ AI ช่วยยิงโฆษณาและ optimize campaign ผ่านระบบ Advantage+ ซึ่งช่วยให้ advertiser ได้ผลตอบแทนดีขึ้น รวมถึงการเติบโตของ Reels, Instagram และการเริ่ม monetize บน WhatsApp กับ Threads ทำให้ Meta กินเวลาผู้ใช้และเม็ดเงินโฆษณาเพิ่มต่อเนื่อง

ขณะที่ Google ยังแข็งแกร่งใน Search และ YouTube แต่การเติบโตเริ่มช้าลง เพราะตลาด search ads โตไม่เร็วเหมือนเดิม และเริ่มถูกกดดันจาก AI, TikTok, Amazon รวมถึงพฤติกรรมผู้ใช้ที่ย้ายไปเสพ content แบบ short video มากขึ้น

ภาพใหญ่คือ “ยุค Search-first” กำลังเปลี่ยนเป็น “AI + Feed-driven advertising” มากขึ้น หมายความว่าโฆษณาที่ถูก algorithm ดันใน social feed และ short video เริ่มมีประสิทธิภาพสูงกว่า search ads แบบเดิม ทำให้ Meta กลายเป็นผู้ชนะหลักของรอบนี้

source : Meta poised to surpass Google in digital ad revenue for first time, report says | Reuters

Apple, Intel reach preliminary chip-making deal

Apple และ Intel มีรายงานว่าได้บรรลุ “ข้อตกลงเบื้องต้น” ให้ Intel ผลิตชิปบางส่วนสำหรับอุปกรณ์ของ Apple ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพราะ Apple พึ่งพา Taiwan Semiconductor Manufacturing Company หรือ TSMC เป็นหลักมานานหลายปี

ประเด็นสำคัญ:

Intel จะเข้ามาเป็นผู้ผลิตชิป (foundry) ให้ Apple บางรุ่น แต่ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นชิปสำหรับ iPhone, Mac หรืออุปกรณ์ใด

ทั้งสองบริษัทคุยกันมานานกว่า 1 ปี และเพิ่ง finalize ข้อตกลงช่วงล่าสุด

Apple ต้องการ “กระจายความเสี่ยง” จากการพึ่ง TSMC มากเกินไป เพราะตอนนี้กำลังการผลิตชิปขั้นสูงทั่วโลกตึงตัวมาก โดยเฉพาะจากความต้องการ AI chip ของบริษัทอย่าง NVIDIA และ Advanced Micro Devices

ฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนดีลนี้อย่างมาก เพราะต้องการฟื้นการผลิตชิปในอเมริกา และช่วยผลักดัน Intel ให้กลับมาแข่งขันกับ TSMC ได้อีกครั้ง

ทำไมตลาดตื่นเต้น:

หุ้น Intel พุ่งประมาณ 15% หลังข่าวออก เพราะถ้า Apple ใช้โรงงาน Intel จริง จะเป็น “ลูกค้าระดับโลก” รายสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าเทคโนโลยีการผลิตของ Intel เริ่มกลับมาแข่งขันได้

ถือเป็นการ “กลับมาร่วมงานกัน” อีกครั้ง หลัง Apple เคยเลิกใช้ CPU ของ Intel ใน Mac และเปลี่ยนไปใช้ Apple Silicon ของตัวเองตั้งแต่ปี 2020

ถ้ามองเชิงธีมลงทุน:
นี่สะท้อนว่าโลกเริ่มเข้าสู่ยุค “capacity shortage” ของชิปขั้นสูงจริง ๆ จนแม้แต่ Apple ยังต้องหาผู้ผลิตเพิ่มนอกเหนือจาก TSMC และเป็นสัญญาณว่า Intel Foundry อาจเริ่มกลับมาเป็นผู้เล่นสำคัญใน supply chain AI และ semiconductor อีกครั้ง

source : Apple, Intel reach preliminary chip-making deal, WSJ reports | Reuters

Earning Q1

Earning Q1 Next Week

Economic Calendar

กองทุนเสนอขายครั้งแรก และการจัดอันดับกองทุนพักเงิน

จัดอันดับกองทุนพักเงินประจำสัปดาห์ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ประเภทกองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ระยะสั้น และตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว โดยเรียงตามอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี

ติดตามบทความอื่นๆได้ที่ https://wealthcertified.co.th/market-update/

Disclaimer

ข้อมูลและเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ ถูกรวบรวมขึ้นจากแหล่งที่มาที่พิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามทางบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซ อร์ติฟายด์ จำกัด ไม่อาจรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเอกสารฉบับนี้ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ ข้อมูลและความคิดเห็นในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถนำเอามาใช้รับประกันผลตอบแทนในปัจจุบันและอนาคตได้ ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลขาดทุนจากการขาดทุนได้ จึง ต้องทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานที่นำเสนอนั้น อาจไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องมีการเรียกเก็บจากผู้ลงทุน เป็นต้น

ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียม เช่น ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end-fee) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end-fee) ค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยน หน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมในการโอนหน่วยลงทุนให้กับบุคคลอื่น หรือค่าปรับกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนดในโครงการ (Exit Fee) เป็น ต้น รวมถึง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสินทรัพย์ของกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) เป็นต้น ได้จาก Fund Factsheet กองทุนของแต่ละบลจ. บริษัทฯ ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมของกองทุนตามที่ระบุไว้ใน Fund Fact sheet ของแต่ละบลจ. บริษัทฯ อาจได้รับค่าตอบแทน (Trailer Fee) จากบลจ. จากการแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในกองทุนนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นค่าบริการใน การให้คำแนะนำและดูแลการลงทุนของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปและไม่สามารถนำไปแก้ไข ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนหรือทั้งหมด โดยปราศจากความเห็นชอบและอนุญาตจาก บริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลส์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด

You cannot copy content of this page