ตลาดการลงทุนทั่วโลกสัปดาห์ที่ผ่านปรับตัวลดลงแรง โดยเริ่มปรับตัวลงในช่วงที่ผลประกอบการหุ้น Broadcom และ CrowdStrike ออกมาดีกว่าคาดแต่ด้วยราคาคาดหวังที่สูงจึงทำให้ถูกเทขายทำกำไร นอกจากนี้ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ชัดเจนเป็นตัวกดดันและการ IPO ใหญ่ๆหลายตัวที่กำลังใกล้เข้าตลาดทำให้แนวโน้มเม็ดเงินมีโอกาสเข้าสู่หุ้น IPO เหล่านั้นได้ในระยะสั้น ขณะที่ช่วงสุดสัปดาห์มีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯซึ่งออกมาสูงกว่าที่คาดไว้โดยคาดอยู่ที่ 8 หมื่นตำแหน่งแต่ผลลัพธ์ที่ออกมาคือสูงถึง 1 แสน 7หมื่นกว่าตำแหน่งทำให้นักลงทุนกลัวการขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไปจึงทำให้หุ้นเทคโนโลยีและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้าเกิดการเทขายทำกำไร แต่ก็มีเม็ดเงินบางส่วนกระจายเข้าในส่วนของหุ้น Value Defensive กันมากขึ้นชัดเจน



ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงจาก Bond yield ที่ปรับขึ้นหลังความเสี่ยงสงครามเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้ Earning Yield ลดลง ทำให้ Earning Yield Gap โดยรวมมีแนวโน้มแคบกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา
News overview from last week

S&P500 Chart Valuation

The S&P 500 confirms it will not relax its criteria
• SpaceX เตรียม IPO วันที่ 12 มิ.ย. 2026 บน Nasdaq ภายใต้ ticker “SPCX” ด้วยมูลค่ากิจการ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ และระดมทุน 75,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนโลก
• Nasdaq-100 และ FTSE Russell ปรับเกณฑ์ Fast Entry ในปี 2026 เปิดทางให้ SpaceX เข้าดัชนีได้ภายใน 5–15 วันทำการหลัง IPO ขณะที่ S&P 500 ยืนยันไม่ผ่อนปรนเกณฑ์ ทำให้ SpaceX ต้องรออย่างน้อย 12 เดือนและต้องมีกำไรตามมาตรฐาน GAAP ก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้าดัชนี
• คาดว่ากองทุน Passive ที่อ้างอิง Nasdaq-100 และ Russell จะต้องเข้าซื้อหุ้น SpaceX รวมราว 22,000–27,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง Rebalancing ซึ่งอาจสร้างแรงหนุนต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
• ตลาดเริ่มเห็น Siphon Effect โดยเงินทุนไหลออกจากหุ้นอวกาศรายอื่น ขณะที่หุ้น Rocket Lab ปรับตัวลดลงกว่า 5.9% หลังการประกาศกรอบเวลา IPO ของ SpaceX
**Key Takeaway:** SpaceX อาจได้รับแรงหนุนจาก Fund Flow ของ Nasdaq-100 และ Russell ในระยะสั้น แต่เม็ดเงินจากกองทุน S&P 500 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาก ยังต้องรออย่างน้อยจนถึงปี 2027
**บทเรียนจาก IPO ขนาดใหญ่และการเข้าดัชนี**
**Alibaba (2014):** IPO มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ดึงสภาพคล่องออกจากหุ้นเทคโนโลยีก่อนเข้าตลาด แต่ไม่ได้เข้าสู่ S&P 500 เนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างบริษัท จึงไม่เกิดแรงซื้อจากกองทุน Passive ขนาดใหญ่
**Tesla (2020):** การเข้าดัชนี S&P 500 สร้างแรงซื้อจากกองทุน Passive ราว 80,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้น 49% ระหว่างประกาศถึงวัน Rebalancing แต่ผลตอบแทนหลังเข้าดัชนีเริ่มชะลอลงเมื่อแรงซื้อเชิงเทคนิคหมดไป
**หลักฐานจากงานวิจัย:** หุ้นที่ได้รับการประกาศเข้าดัชนี S&P 500 มักปรับตัวขึ้นก่อนวัน Effective Date จากแรงเก็งกำไรและ Fund Flow แต่มีแนวโน้ม Underperform หุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกันในระยะ 1–5 ปีหลังเข้าดัชนี
**Key Takeaway:** การเข้าดัชนีมักเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นในระยะสั้นจากแรงซื้อของกองทุน Passive แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่รับประกันผลตอบแทนระยะยาว โดยหุ้นที่ถูกเพิ่มเข้าดัชนีมักอยู่ในช่วงที่มูลค่าตลาดและราคาหุ้นปรับขึ้นมามากแล้ว
SpaceX lands Google AI compute deal
Google เซ็นดีล AI Compute กับ SpaceX ก่อน IPO
Google ทำสัญญาเช่า AI Compute จาก SpaceX มูลค่า 920 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2026 ถึง มิ.ย. 2029 เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริการ Gemini ของ Google
ภายใต้ข้อตกลง Google จะได้รับสิทธิ์ใช้งานประมาณ 110,000 NVIDIA GPUs รวมถึง CPU, หน่วยความจำ และโครงสร้างพื้นฐาน Data Center อื่น ๆ
ดีลดังกล่าวช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ SpaceX ในฐานะบริษัท AI Infrastructure ก่อนการ IPO ซึ่งมีเป้าหมายระดมทุนราว 75,000 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ SpaceX เพิ่งเซ็นสัญญากับบริษัท AI อย่าง Anthropic ให้ใช้ศูนย์ข้อมูล Colossus 1 ทั้งหมด ทำให้รายได้จากธุรกิจ AI Compute ของ SpaceX เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
รวมกันแล้ว สัญญากับ Google และ Anthropic มีมูลค่ารายได้ประมาณ 26,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และมากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์ตลอดอายุสัญญา หากไม่มีการยกเลิกก่อนกำหนด
ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุน: ดีลนี้สะท้อนว่า “AI Compute Shortage” ยังรุนแรงมาก ถึงขั้นที่ Google ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าของ Data Center รายใหญ่ที่สุดของโลก ยังต้องเช่ากำลังประมวลผลจากภายนอกเพิ่มเติม ขณะที่ SpaceX กำลังเปลี่ยนตัวเองจากบริษัทอวกาศไปสู่ผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจ AI Infrastructure ด้วย
source : SpaceX lands Google AI compute deal after Anthropic pact ahead of IPO | Reuters
OpenAI plans ChatGPT ‘super app’
1. OpenAI เตรียมปรับ ChatGPT เป็น “Super App”
รายงานจาก Financial Times ระบุว่า OpenAI กำลังยกเครื่อง ChatGPT ให้เป็นแพลตฟอร์มรวม AI Agent, Coding, Image Generation และบริการจากพันธมิตรต่างๆ คล้ายแนวคิด WeChat หรือ Super App โดยเน้น Codex และการใช้งานระดับองค์กรมากขึ้น ขณะที่บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับ IPO ในอนาคต
2. OpenAI ขยาย Codex หนักมาก
OpenAI เปิดตัว “Codex for every role, tool, and workflow” พร้อมผลักดันให้ AI ช่วยเขียนโค้ดและทำงานอัตโนมัติในองค์กรได้กว้างขึ้น ถือเป็นหนึ่งในแกนหลักของกลยุทธ์ใหม่ของบริษัท
3. OpenAI รุกฮาร์ดแวร์ AI กับ Jony Ive
ผู้บริหาร OpenAI ยืนยันว่าอุปกรณ์ AI ที่พัฒนาร่วมกับ Jony Ive ยังอยู่ระหว่างพัฒนา โดยคาดว่าจะเปิดตัวปลายปี 2026 และไม่ใช่สมาร์ตโฟน ขณะที่รายละเอียดผลิตภัณฑ์ยังถูกเก็บเป็นความลับมาก
4. OpenAI เดินหน้าสู่ IPO มากขึ้น
แม้ Sam Altman จะบอกว่าไม่รีบเข้าตลาด แต่หลายสื่อรายงานว่า OpenAI กำลังจัดโครงสร้างธุรกิจและเตรียมเอกสารต่างๆ สำหรับการ IPO ขณะที่คู่แข่งอย่าง Anthropic ยื่นไฟลิ่งลับเพื่อ IPO ไปก่อนแล้ว ทำให้การแข่งขันในตลาดทุน AI เริ่มร้อนแรงขึ้น
สำหรับนักลงทุน ตอนนี้ประเด็นที่ตลาดจับตาที่สุดคือ “OpenAI จะ IPO เมื่อไร”, “Super App จะสร้างรายได้อย่างไร” และ “อุปกรณ์ AI ของ Jony Ive จะมาแทนสมาร์ตโฟนบางส่วนได้หรือไม่” ซึ่งทั้ง 3 เรื่องอาจส่งผลต่อหุ้น AI, Cloud และ Semiconductor ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มากที่สุด
source : OpenAI plans ChatGPT ‘superapp’ overhaul ahead of listing, FT reports | Reuters
Congress Moves to Limit Iran War Powers
สถานการณ์ยังเปราะบาง โดยมีการหยุดยิงชั่วคราวที่ Pakistan และ Oman เป็นตัวกลางเมื่อเดือนเมษายน ปลายพฤษภาคมมีการเจรจาจัดทำ MOU ขยายการหยุดยิง แต่ต้นมิถุนายนเกิดการโจมตีสถานที่ยิงขีปนาวุธของอิหร่านจากสหรัฐฯ อีกครั้ง ทำให้โมเมนตัมการเจรจาชะลอลง
ผลจากความขัดแย้งทำให้โครงสร้างพื้นฐาน LNG ของกาตาร์เสียหาย โดยกำลังส่งออก LNG ของโลก 17% หยุดชะงัก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญของ QatarEnergy ประเมินว่าต้องใช้เวลา 3–5 ปีในการซ่อมแซม ส่งผลให้ราคาพลังงานไม่น่าจะกลับสู่ระดับก่อนสงครามได้เร็วๆ นี้
Charles Schwab เตือนว่าแม้การหยุดยิงจะเป็นข่าวดี แต่การฟื้นตัวของตลาดมาจากการ unwind hedges เป็นหลัก ไม่ใช่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ความผันผวนยังสูงและข่าวพาดหัวยังสามารถกระทุ้งตลาดรุนแรงได้ทุกเมื่อ
นอกจากนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่าน War Powers Resolution ด้วยคะแนน 215 ต่อ 208 เพื่อจำกัดอำนาจของทรัมป์ในการโจมตีอิหร่านโดยไม่ผ่านรัฐสภา โดยมี ส.ส.รีพับลิกัน 4 คน แหกมติพรรคมาโหวตร่วมกับฝ่ายเดโมแครต
รีพับลิกันทั้ง 4 ที่โหวตสวนพรรคคือ Thomas Massie, Brian Fitzpatrick, Tom Barrett และ Warren Davidson โดย Barrett ให้เหตุผลว่า “ผมคิดว่าผู้คนรู้สึกหงุดกัน ชัดเจนว่าเพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้น”
สงครามกับอิหร่านปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา และขณะที่ลงมติวันนี้ สงครามใกล้ครบ 100 วัน พอดี ทั้งที่ทรัมป์พยายามเรียกมันว่า “skirmish” หรือ “เรื่องเล็กน้อย”
source : Vance says US not there yet on Iran, but close | Reuters
House Backs Ukraine Aid
🇺🇸 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมาย Ukraine Support Act ด้วยคะแนน 226 ต่อ 195 เสียง เพื่อเพิ่มความช่วยเหลือแก่ยูเครนและออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม แม้จะขัดกับจุดยืนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ตาม
ร่างกฎหมายดังกล่าวประกอบด้วยความช่วยเหลือมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และวงเงินกู้ด้านกลาโหมสูงสุด 8 พันล้านดอลลาร์ ให้แก่ยูเครน พร้อมมาตรการคว่ำบาตรภาคการเงินและพลังงานของรัสเซียเพิ่มเติม
การผ่านกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสมาชิกรีพับลิกัน 18 คนร่วมกับเดโมแครตผลักดันให้มีการลงมติ สะท้อนความไม่พอใจภายในพรรคต่อแนวทางของทรัมป์ที่ลดบทบาทการสนับสนุนยูเครนตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่งในปี 2025
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังต้องผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งผู้นำรีพับลิกันที่สนับสนุนทรัมป์อาจขัดขวางไว้ และหากผ่านไปถึงทำเนียบขาว ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะใช้สิทธิ์วีโต้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งความพ่ายแพ้ทางการเมืองของทรัมป์ในสัปดาห์เดียวกัน หลังสภาผู้แทนฯ เพิ่งผ่านมติจำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการทำสงครามกับอิหร่านเมื่อไม่กี่วันก่อน
source : US House backs Russia sanctions, Ukraine aid, in latest blow to Trump | Reuters
Lebanon Ceasefire Raises Hopes for Iran Deal
กลุ่มติดอาวุธ Hezbollah ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่ที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าจะไม่ถอนกำลังออกจากเลบานอน ส่งผลให้ความพยายามของประธานาธิบดี Donald Trump ในการลดความขัดแย้งในภูมิภาคเผชิญอุปสรรคสำคัญ
ประเด็นสำคัญคือ อิหร่านได้เชื่อมโยงการหยุดยิงในเลบานอนเข้ากับการเจรจาสันติภาพในวงกว้างกับสหรัฐฯ โดยส่งสัญญาณว่าอาจเข้าแทรกแซงโดยตรงหากอิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนต่อไป ขณะที่ผู้นำฮิซบอลลาห์ยืนยันว่า “การต่อต้านจะดำเนินต่อไป” และไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจรจาดังกล่าว
แม้ทรัมป์จะกล่าวว่าสถานการณ์ในเลบานอนกำลังมีความคืบหน้าและแสดงความเชื่อมั่นว่าข้อตกลงกับอิหร่านอาจเกิดขึ้นได้ในไม่ช้า แต่ในทางปฏิบัติการสู้รบยังดำเนินต่อเนื่อง ทั้งในเลบานอน อ่าวเปอร์เซีย และพื้นที่อื่นในภูมิภาค โดยล่าสุดมีการปะทะระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มขึ้น
ตลาดน้ำมันตอบรับเชิงบวกจากความหวังด้านการทูต ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงราว 3% แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงได้รับผลกระทบจากสงครามและการส่งออกน้ำมันของอิหร่านลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี
โดยรวมแล้ว ข่าวนี้สะท้อนว่า “โอกาสสันติภาพยังมีอยู่ แต่ยังเปราะบางมาก” เนื่องจากการหยุดยิงในเลบานอนกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และการปฏิเสธของฮิซบอลลาห์ทำให้เส้นทางสู่ข้อตกลงทางการทูตมีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
source : Hezbollah rejection clouds Lebanon ceasefire and prospects for ending Iran war | Reuters
PANW Beats Estimates, Raises Guidance
🔵 Palo Alto Networks (PANW) — Q3 FY2026
วันที่รายงาน: 2 มิถุนายน 2569 (หลังตลาดปิด)
สรุปผลประกอบการ: ✅ Beat ทุกตัวชี้วัด
รายได้รวม Q3 อยู่ที่ $3.0 พันล้าน เติบโต 31% เมื่อเทียบปีก่อน เกินประมาณการ $2.94 พันล้านของนักวิเคราะห์ ด้าน Non-GAAP EPS อยู่ที่ $0.85 เกินคาดที่ $0.80
ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพที่สำคัญ:
Next-Generation Security ARR (NGS ARR) อยู่ที่ $8.13 พันล้าน เติบโต 60% YoY ซึ่งเป็น quarterly outperformance ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท รวมถึง $1.63 พันล้านจากการซื้อกิจการ CyberArk และ Chronosphere
Remaining Performance Obligation (RPO) — มูลค่าสัญญาที่ยังไม่รับรู้รายได้ — อยู่ที่ $18.4 พันล้าน เติบโต 36% YoY และยังคงเติบโต 22% เมื่อหักผลกระทบจากการซื้อกิจการออก
ด้านการขยายฐานลูกค้า มีลูกค้าที่ใช้ Platform model เพิ่มขึ้น 110 รายในไตรมาสนี้ รวมทั้งสิ้น 2,280 ราย นอกจากนี้ยอด Booking ของ Next-Generation Firewall เติบโตเกือบ 40% YoY ซึ่งเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของฮาร์ดแวร์ในรอบ 10 ปี
Guidance ที่ปรับขึ้น:
สำหรับปีการเงิน FY2026 บริษัทคาดรายได้ที่ $11.415–11.425 พันล้าน (+24% YoY), NGS ARR $8.90–8.95 พันล้าน (+59–60% YoY), และ Non-GAAP EPS $3.77–3.79 พร้อม Adjusted Free Cash Flow Margin ที่ 37.5%
ปฏิกิริยาตลาด: ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด +12% ในช่วง after-hours trading ก่อนปรับตัวกลับมาใกล้แนวรับ
Broadcom Strong AI-Driven Beat, Stock Pulls Back
🟠 Broadcom (AVGO) — Q2 FY2026
รายงาน: 3 มิ.ย. 2569 | หลังตลาดปิด
ผลประกอบการ: ✅ Beat แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง
AVGO รายงาน Non-GAAP EPS ที่ $2.44 เกินประมาณการ $2.07 ของนักวิเคราะห์ถึง 17.9% ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ $22.19 พันล้าน เติบโต 48% YoY
เครื่องยนต์หลัก — AI Semiconductor:
รายได้จาก AI Semiconductor อยู่ที่ $10.8 พันล้าน เติบโต 143% YoY สูงกว่าที่บริษัทเคย Forecast ไว้ โดย CEO Hock Tan ระบุว่า “ความต้องการ XPU และระบบ Networking นั้นหาจุดอิ่มตัวไม่ได้” ทั้งนี้ Bookings สำหรับ AI Semiconductor ในไตรมาสนี้สูงถึงกว่า $30 พันล้าน เทียบกับที่จัดส่งได้จริงเพียง $10.8 พันล้าน
ปัจจัยที่กดดันราคาหุ้น:
รายได้จากกลุ่ม Infrastructure Software อยู่ที่ $7.2 พันล้าน เติบโต 9% YoY ซึ่งเป็นไปตามที่บริษัทได้ให้ Guidance ไว้ แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์จาก Whisper Number ประกอบกับ Gross Margin ที่ปรับตัวลดลงเนื่องจาก Product Mix ที่หนักขึ้นในฝั่ง AI Chip ซึ่งมี Margin ต่ำกว่า Software
Guidance Q3 FY2026 — ตัวเลข:
บริษัทคาดรายได้รวม Q3 ที่ $29.4 พันล้าน (+84% YoY), AI Semiconductor Revenue คาดอยู่ที่ $16 พันล้าน (+200% YoY), และ Infrastructure Software Revenue $8.9 พันล้าน (+31% YoY) โดยบริษัทยืนยัน Target รายได้ AI Semiconductor สำหรับปีเต็ม FY2026 ที่ $56 พันล้าน (+180% YoY) และตั้งเป้า FY2027 ไว้ที่กว่า $100 พันล้าน
บริษัทยังประกาศข้อตกลงระยะยาวกับ Google, Anthropic, OpenAI และ Meta และมีแผนเปิดตัว AI XPU Platform ร่วมกับ Apollo และ Blackstone มูลค่า $35 พันล้าน
CrowdStrike Record ARR, Soft Guidance
🔴 CrowdStrike (CRWD) — Q1 FY2027
รายงาน: 3 มิ.ย. 2569 | หลังตลาดปิด
ผลประกอบการ: ✅ Beat ทุก Guided Metric แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงประมาณ 9–11%
รายได้ Q1 FY2027 อยู่ที่ $1.39 พันล้าน เติบโต 25.6% YoY เกินคาด $1.36 พันล้าน ส่วน Non-GAAP EPS อยู่ที่ $1.10 เกินคาด $1.07
ไฮไลต์เชิงคุณภาพ:
Net New ARR ใน Q1 อยู่ที่ $255.8 ล้าน เติบโต 32% YoY ซึ่งเป็น Record สูงสุดในประวัติศาสตร์ Q1 ของบริษัท ขณะที่ Total ARR อยู่ที่ $5.51 พันล้าน เติบโต 24% YoY
Non-GAAP Gross Margin อยู่ที่ 79% ซึ่งเป็น Record ของ Q1 เช่นกัน ส่วน GAAP Net Income พลิกกลับมาเป็นบวกที่ $27.8 ล้าน จากที่ขาดทุน $104.3 ล้านในช่วงเดียวกันของปีก่อน
Free Cash Flow อยู่ที่ $468.5 ล้าน คิดเป็น FCF Margin 34% เพิ่มขึ้นจาก 25% ในปีก่อน
สาเหตุที่ตลาดผิดหวัง:
Billings เติบโตเพียง 18% อยู่ที่ $1.35 พันล้าน ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของ Revenue ในอนาคต ขณะที่ Guidance รายได้ Q2 ที่ $1.436–1.442 พันล้าน ต่ำกว่า Consensus $1.463 พันล้าน และ Full-Year Revenue Guidance ที่ $5.915–5.959 พันล้าน ก็ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ $6.008 พันล้าน
ข่าวพิเศษ — Stock Split:
บริษัทประกาศ Stock Split แบบ 4-for-1 โดยผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2569 จะได้รับหุ้นเพิ่มอีก 3 หุ้นต่อทุก 1 หุ้นที่ถืออยู่ และหุ้นจะเริ่มซื้อขายในราคา Split-adjusted ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. 2569
Meta Weighs Massive AI Fundraising
Meta กำลังพิจารณาออกหุ้นเพิ่มทุนครั้งใหญ่เพื่อทุ่มลงทุน AI
Meta กำลังหารือภายในเกี่ยวกับการระดมทุนผ่านการออกหุ้นใหม่มูลค่า “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” เพื่อนำเงินไปสร้าง Data Center, ซื้อชิป AI และขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระยะยาว แต่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายและยังไม่ได้แต่งตั้งธนาคารที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ
การหารือเร่งตัวขึ้นหลังจาก Alphabet ระดมทุนได้ถึง 84.75 พันล้านดอลลาร์ จากการขายหุ้นเพื่อนำไปลงทุนด้าน AI ทำให้ตลาดเริ่มมองว่า Big Tech อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ต้องใช้ตลาดทุนช่วยสนับสนุนการลงทุน AI แทนการใช้เงินสดในงบดุลเพียงอย่างเดียว
Meta ได้ปรับเพิ่มงบลงทุน (Capex) ปี 2026 เป็น 125-145 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าสูงมากแม้เทียบกับมาตรฐานของ Big Tech โดยเงินส่วนใหญ่จะถูกใช้กับ AI Infrastructure และ Data Center รุ่นใหม่
ก่อนหน้านี้ Meta ก็เริ่มใช้แหล่งเงินทุนภายนอกมากขึ้น เช่น การออกหุ้นกู้มูลค่าสูงสุด 30 พันล้านดอลลาร์ และดีลจัดหาเงินทุนกับ Blue Owl Capital มูลค่า 27 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าต้นทุนการแข่งขันด้าน AI กำลังสูงขึ้นอย่างมาก
หลังข่าวดังกล่าว หุ้น Meta ร่วงประมาณ 6-7% เพราะนักลงทุนกังวลเรื่อง Dilution หรือการที่สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมจะลดลงหากมีการออกหุ้นใหม่จริง
source : Meta weighs big equity raising to finance AI infrastructure, FT reports | Reuters
Economic Calendar

กองทุนเสนอขายครั้งแรก และการจัดอันดับกองทุนพักเงิน

จัดอันดับกองทุนพักเงินประจำสัปดาห์ วันที่ 08 มิถุนายน 2569 ประเภทกองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ระยะสั้น และตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว โดยเรียงตามอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี



ติดตามบทความอื่นๆได้ที่ https://wealthcertified.co.th/market-update/
Disclaimer
ข้อมูลและเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ ถูกรวบรวมขึ้นจากแหล่งที่มาที่พิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามทางบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซ อร์ติฟายด์ จำกัด ไม่อาจรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเอกสารฉบับนี้ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ ข้อมูลและความคิดเห็นในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถนำเอามาใช้รับประกันผลตอบแทนในปัจจุบันและอนาคตได้ ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลขาดทุนจากการขาดทุนได้ จึง ต้องทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานที่นำเสนอนั้น อาจไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องมีการเรียกเก็บจากผู้ลงทุน เป็นต้น
ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียม เช่น ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end-fee) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end-fee) ค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยน หน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมในการโอนหน่วยลงทุนให้กับบุคคลอื่น หรือค่าปรับกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนดในโครงการ (Exit Fee) เป็น ต้น รวมถึง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสินทรัพย์ของกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) เป็นต้น ได้จาก Fund Factsheet กองทุนของแต่ละบลจ. บริษัทฯ ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมของกองทุนตามที่ระบุไว้ใน Fund Fact sheet ของแต่ละบลจ. บริษัทฯ อาจได้รับค่าตอบแทน (Trailer Fee) จากบลจ. จากการแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในกองทุนนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นค่าบริการใน การให้คำแนะนำและดูแลการลงทุนของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปและไม่สามารถนำไปแก้ไข ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนหรือทั้งหมด โดยปราศจากความเห็นชอบและอนุญาตจาก บริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลส์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด