ไทย ENG

CONTACT US
0-2026-6875

Monthly Insight Aug 2026

03/08/2026

ตลอดเดือนกรกฎาคม ตลาดการลงทุนทั่วโลกถูกขับเคลื่อนด้วย 3 ธีมหลัก ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง, มุมมอง Higher for Longer ของ Fed และ การเปลี่ยนผ่านของธีม AI โดยช่วงต้นเดือนความกังวลเรื่องสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านและความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ก่อนที่ปลายเดือนสถานการณ์จะเริ่มผ่อนคลายหลังมีการเจรจาและการเดินเรือกลับมาบางส่วน ส่งผลให้น้ำมันปรับตัวลง ขณะที่ Fed ยังคงส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าคาด ส่วนธีม AI เริ่มเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านการลงทุน (AI Capex) ไปสู่การคัดเลือกบริษัทที่สามารถเปลี่ยนการลงทุนเป็นรายได้และกำไรได้จริง (AI Monetization) ทำให้ตลาดเข้าสู่ยุค Selective AI และให้น้ำหนักกับผลประกอบการของแต่ละบริษัทมากขึ้น

สภาพคล่องตึง + ภูมิรัฐศาสตร์ + Capex AI -> ล้าง Leverage + การแทรกแซงค่าเงิน มาบรรจบกัน

Theme ใหญ่ที่สุดของสัปดาห์นี้: “ภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้ากลับมาเป็นตัวแปรหลัก” พร้อมกับ “AI ยังเป็นเครื่องยนต์การเติบโต แต่ตลาดเข้าสู่ยุค Selective AI ที่ต้องเลือกหุ้นมากขึ้น”

Fed โหวตแตกครั้งแรกในรอบ 10 ปี & สงครามน้ำมันตึงเครียด

Fed FOMC (29 ก.ค.) — โหวตแตก 9-3 ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี

รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ โดยอัตราภาษีส่วนใหญ่อยู่ที่ 10–12.5% เพื่อปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศและลดการขาดดุลการค้า

มาตรการดังกล่าวถือเป็นการขยายสงครามการค้าในรูปแบบใหม่ และเกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศยังอยู่ระหว่างการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ส่งผลให้ภาคธุรกิจกลับมากังวลว่าต้นทุนการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ผลต่อตลาด

นักลงทุนกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจทำให้ต้นทุนการผลิตของบริษัททั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และสินค้าอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ประเทศคู่ค้าจะใช้มาตรการตอบโต้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและการเติบโตของเศรษฐกิจ

Investment Implication

•เพิ่มความผันผวนต่อหุ้นส่งออกและหุ้น Global Supply Chain

•หุ้น Domestic และ Defensive มีแนวโน้ม Outperform

•นักลงทุนติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด

Source : Trump imposes new global tariffs, drawing protests from trading partners | Reuters

สงครามน้ำมัน — สหรัฐฯ vs อิหร่านยังผันผวน

ราคาน้ำมันดีดตัวแรงกลางสัปดาห์ หลังทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่านอย่างหนัก จากความพยายามโจมตีกองกำลังสหรัฐฯแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะปรับลงแรงในช่วงล่าสุดหลังทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน และเตรียมเปิดการเจรจากับอิหร่าน

Brent: ลดลงราว 4.6% แตะประมาณ $83.98/บาร์เรล

WTI: ลดลงราว 4.7% แตะประมาณ $80.77/บาร์เรล

ก่อนหน้านั้นราคาน้ำมันเคยขึ้นแรงในช่วงต้นสัปดาห์ หลังทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่านอย่างหนัก — สะท้อนว่าสถานการณ์ยังผันผวนสูงและเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องติดตามต่อ

Source : Oil up 9% to one-month high as US  says it will blockade entire Iranian coastline, all vessels | Reuters

สงครามน้ำมัน — สหรัฐฯ vs อิหร่านยังผันผวน

ราคาน้ำมันดีดตัวแรงกลางสัปดาห์ หลังทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่านอย่างหนัก จากความพยายามโจมตีกองกำลังสหรัฐฯแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะปรับลงแรงในช่วงล่าสุดหลังทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน และเตรียมเปิดการเจรจากับอิหร่าน

Brent: ลดลงราว 4.6% แตะประมาณ $83.98/บาร์เรล

WTI: ลดลงราว 4.7% แตะประมาณ $80.77/บาร์เรล

ก่อนหน้านั้นราคาน้ำมันเคยขึ้นแรงในช่วงต้นสัปดาห์ หลังทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่านอย่างหนัก — สะท้อนว่าสถานการณ์ยังผันผวนสูงและเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องติดตามต่อ

Source : Oil up 9% to one-month high as US  says it will blockade entire Iranian coastline, all vessels | Reuters

Economic Calendar

สงครามสหรัฐฯ–อิหร่านดันราคาสวิงแรงทั้งขึ้นและลง

Source : Trump says US will hold off on fresh Iran attack in hope of quick deal | Reuters

Big Tech Earnings: Microsoft & Amazon เร่งเครื่องแรง

Microsoft (MSFT): Azure ทะลุ $100B ต่อปีเป็นครั้งแรก

Q4 FY2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย.)

Revenue: $90.01B (+18% YoY) สูงกว่าคาด $87.62B (+2.7%)

EPS (adj.): $4.74 สูงกว่าคาด $4.24 (+11.8%)

Net Income: $35.77B (+31% YoY) หนุนจากกำไรลงทุน Anthropic ~$3.2B

Free Cash Flow (TTM): $19.6B (-23% YoY) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดราว $17.4B (+12.6%)

รายได้แต่ละธุรกิจ

Azure: $39.3B (+32% YoY) — อัตราการเติบโตเร่งเป็น 43% YoY จาก 40% YoY ไตรมาสก่อน (+3ppt QoQ)

Productivity (Office/LinkedIn/Dynamics): $37.8B (+14% YoY)

More Personal Computing: $12.9B (-4% YoY) — Xbox -10% YoY, Windows/Device -7% YoY

ผู้บริหารพูด

Nadella: Azure ทำรายได้ทั้งปีทะลุ $100B ครั้งแรก, Copilot 365 มีผู้ใช้จ่ายเงิน 30 ล้านที่นั่ง (จาก 20 ล้าน เม.ย. +50%)

Backlog (RPO) +84% YoY เป็น $678B — CFO ระบุมาจากลูกค้านอกกลุ่ม Frontier AI Lab ด้วย ไม่ใช่แค่ OpenAI

เพิ่ม Data Center Capacity 1GW ในไตรมาสเดียว ตั้งเป้าขยาย Footprint 2 เท่าใน 2 ปี

Outlook ลด Capex ปี 2026 เหลือ ~$175B (จาก ~$190B, -8%) ต่างจาก Meta/Amazon/Alphabet ที่ยังเพิ่ม Capex ยืดอายุใช้งาน Data Center จาก 15 → 25 ปี (+67%) คาด Azure โต ~45% YoY ไตรมาสหน้า (จาก 43% YoY ไตรมาสล่าสุด) ยืนยันรักษา FCF เป็นบวก ในปีงบ 2027

ราคาหุ้นตอบรับ หุ้นพุ่ง 16% วันเดียว จากงบและ Outlook ที่แข็งแกร่ง

Amazon (AMZN): AWS โตเร็วสุดในรอบ 18 ไตรมาส

Q2 2026

Revenue: $200.6B (+20% YoY) ทะลุ $200B ครั้งแรกในไตรมาสเดียว สูงกว่าคาด $196.4B

Operating Income: $27.5B (+43% YoY) สูงกว่าคาดมาก

EPS: $5.75 (รวม gain ที่ไม่ใช่ operating ~$53.4B จากการตีมูลค่า Anthropic — กำไรทางบัญชี ไม่ใช่เงินสด)

Free Cash Flow (TTM): ติดลบ $7.6B จาก capex ที่เพิ่มกว่า $66B

รายได้แต่ละธุรกิจ

•AWS: $42.2B (+36.7% YoY) เร่งต่อเนื่องไตรมาสที่ 5 เร็วสุดตั้งแต่ปี 2021, Op margin พุ่งเป็น 39.4% (จาก ~34%)

•North America: $116.2B (+16%) · International: $42.2B (+15%)

•AI/chips (Trainium): annual run rate ทะลุ $25B โตสามหลัก % · โฆษณาโต 26% YoY

ผู้บริหารพูด

•Andy Jassy: “AWS is booming” — capacity ปี 2027 จองเกือบเต็มแล้ว เริ่มมีลูกค้าจองล่วงหน้าถึงปี 2028

•Backlog AWS โตสามหลัก % แตะ $496B

•Prime Day ย้ายมา Q2 ปีนี้ ดันยอดขายขึ้น แต่จะฉุด growth ใน Q3 ราว 400bps

Outlook: เพิ่ม capex ทั้งปี 2026 เป็น ~$220B (จาก ~$200B) จากต้นทุนชิปหน่วยความจำสูงขึ้นและดีมานด์ AI/cloud; Guidance Q3 รายได้ $197-202B (ต่ำกว่า consensus $204B เล็กน้อย), Op income $22.5-26.5B

หุ้นพุ่งกว่า 10% ใน after-hours ทันทีหลังประกาศ

Big Tech Earnings: Meta ผิดหวัง ขณะ Apple ปิดฉาก Tim Cook

Meta (META): รายได้ทำสถิติใหม่ แต่กำไร/FCF ร่วงหนัก

Q2 2026

Revenue: $60.80B (+28% YoY) ดีกว่าคาด $59.5-60.2B

EPS: $6.18 ต่ำกว่าคาด $7.17-7.22 ถึง ~14% (พลาดครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส)

Operating Margin: ลดเหลือ 31% จาก 43% ปีก่อน (จุดสูงสุด 48% Q4/2024)

Free Cash Flow: เหลือเพียง $784M จาก $8.5B ปีก่อน — capex พุ่งแรง + ค่าใช้จ่ายพิเศษ (กฎหมาย $2.4B + ชดเชยเลิกจ้าง $1.18B พ.ค. 2026)

รายได้แต่ละธุรกิจ

•Family of Apps: $60.4B, Op Income $23.4B

•Reality Labs: รายได้ $431M (+16%) แต่ขาดทุน Op $4.6B ต่อเนื่องหลายปี

•DAP ทุกแอปรวม 3.60bn คน (+3% YoY), Instagram แตะ 2bn ผู้ใช้/วัน, Threads ทะลุ 500M MAU

ผู้บริหารพูด

•Zuckerberg: มั่นใจทิศทาง AI lab ที่ตั้งทีมใหม่มาปีกว่า แต่ยอมรับ AI agent พัฒนาช้ากว่าคาด

•Capex ไตรมาสนี้ $31.1B เพิ่มมาก จากการลงทุน data center (รวมโปรเจกต์ร่วม BlackRock $14B ที่ El Paso, Texas)

Outlook: เพิ่มขอบล่าง capex ทั้งปีเป็น $130-145B (จาก $125-145B); ค่าใช้จ่ายทั้งปีคาด $165-169B, อัตราภาษีเหลือปีขึ้นเป็น 15-17%; คาดรายได้ Q3 $61-64B

หุ้นร่วงทันที ~9% และลบต่อเนื่องวันถัดมา — ตัวฉุดตลาดหลักวันพุธ

Apple (AAPL): ควอเตอร์สุดท้ายของ Tim Cook

Q3 FY2026 (สิ้นสุด มิ.ย.) — ประชุมนักวิเคราะห์ครั้งสุดท้ายของ Tim Cook ก่อนส่งมอบให้ John Ternus วันที่ 1 ก.ย.

Revenue: $109.4B (+16% YoY) สถิติสูงสุดควอเตอร์ มิ.ย. ดีกว่าคาด $108.8B

EPS: $2.02 (+29% YoY) ดีกว่าคาด $1.89 — รวม benefit คืนภาษี tariff ~$0.11/หุ้น

Net Income: $29.79B

Gross Margin: 50.1% (รวม boost จาก tariff refund ~2%)

รายได้แต่ละธุรกิจ

•iPhone: $54.2-54.3B (+22%) สถิติสูงสุดทุกภูมิภาค หนุนจาก iPhone 17

•Mac: $10.4B (+29%) แม้เจอ supply constraint

•Services: $30.7B (+12%) ต่ำกว่าคาด $31.3B จากปัจจัย FX

•iPad: -6% (เทียบฐานสูงปีก่อนที่มี iPad ราคาประหยัดรุ่นใหม่)

•Wearables/Home/Accessories: $4.9B (+6%) ดีกว่าคาด

•Greater China: $18.8B ต่ำกว่าคาด $19.5-19.6B — จุดที่ตลาดผิดหวังที่สุด

ผู้บริหารพูด

•Tim Cook: “ควอเตอร์ มิ.ย. ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา” โตสองหลักทั้ง iPhone, Mac, Services และทุกภูมิภาค

•Paid subscriptions ทะลุ 1.5bn ราย เดินหน้ารุก Siri AI และแผนการผลิตในสหรัฐฯ

Outlook: Gross margin guidance ไตรมาสหน้าลดเหลือ 47.5-48.5% จากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งจากดีมานด์ AI

หุ้นร่วงกว่า 3% หลังตลาดปิด จากความผิดหวังจีน/Services + กังวล supply constraint

กองทุนเสนอขายครั้งแรก และการจัดอันดับกองทุนพักเงิน

จัดอันดับกองทุนพักเงินประจำสัปดาห์ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ประเภทกองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ระยะสั้น และตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว โดยเรียงตามอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี

ติดตามบทความอื่นๆได้ที่ https://wealthcertified.co.th/market-update/

Disclaimer

ข้อมูลและเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ ถูกรวบรวมขึ้นจากแหล่งที่มาที่พิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามทางบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซ อร์ติฟายด์ จำกัด ไม่อาจรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเอกสารฉบับนี้ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ ข้อมูลและความคิดเห็นในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถนำเอามาใช้รับประกันผลตอบแทนในปัจจุบันและอนาคตได้ ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลขาดทุนจากการขาดทุนได้ จึง ต้องทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานที่นำเสนอนั้น อาจไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องมีการเรียกเก็บจากผู้ลงทุน เป็นต้น

ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียม เช่น ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end-fee) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end-fee) ค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยน หน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมในการโอนหน่วยลงทุนให้กับบุคคลอื่น หรือค่าปรับกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนดในโครงการ (Exit Fee) เป็น ต้น รวมถึง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสินทรัพย์ของกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) เป็นต้น ได้จาก Fund Factsheet กองทุนของแต่ละบลจ. บริษัทฯ ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมของกองทุนตามที่ระบุไว้ใน Fund Fact sheet ของแต่ละบลจ. บริษัทฯ อาจได้รับค่าตอบแทน (Trailer Fee) จากบลจ. จากการแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในกองทุนนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นค่าบริการใน การให้คำแนะนำและดูแลการลงทุนของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปและไม่สามารถนำไปแก้ไข ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนหรือทั้งหมด โดยปราศจากความเห็นชอบและอนุญาตจาก บริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลส์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด

You cannot copy content of this page