ไทย ENG

CONTACT US
0-2026-6875

Monthly Insight June 2026

02/06/2026

ตลาดการลงทุนทั่วโลกสัปดาห์ที่ผ่านปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากทั้งประเด็นบวกจากหุ้นเทคโนโลยีและประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ โดยในด้านเทคโนโลยีผลประกอบการณ์ของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ออกมาดีกว่าคาดและเริ่มเห็นรายได้จากการปรับตัวในยุค AI ประกอบกับกระแส IPO ของ Space X ยังร้อนแรงต่อเนื่องทำให้ตลาดยังขับเคลื่อนด้วยกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลักในช่วงที่ผ่านมาแม้มีข่าวการระเบิดของจรวจ Blue Originแต่ผลกระทบจำกัด นอกจากนี้ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์เกิดข้อตกลงที่กำลังเจรจารวมถึงการขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน และการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทำให้ตลาดคลายกังวลและเริ่มถอดความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันออกจากราคามากขึ้น แต่ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่หลังสหรัฐฯโจมตีเป้าหมายทหารอิหร่าน – อิหร่านตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯเสี่ยงกระทบการเจรจาหยุดยิง แต่ภาพรวมตลาดยังอยู่ในโหมดรับความเสี่ยงและพักตัวเล็กน้อยจากความลบในช่วงปลายสัปดาห์

News overview from last month

US-Iran Deal Near Completion

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ JD Vance เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่าน “ใกล้” บรรลุข้อตกลงแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยทั้งสองฝ่ายยังติดรายละเอียดบางจุดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน

ข้อตกลงที่กำลังเจรจารวมถึงการขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน และการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญต่อราคาน้ำมันและการค้าพลังงานโลก โดยยังต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจาก Donald Trump

Vance ระบุว่า “มีความคืบหน้ามาก” และเชื่อว่าอิหร่านต้องการดีล เพราะเศรษฐกิจและการส่งออกน้ำมันได้รับผลกระทบหนักจากสงครามและมาตรการคว่ำบาตร

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังเปราะบาง เนื่องจากยังมีการปะทะทางทหารเป็นระยะ รวมถึงการยิงโดรนและข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ทำให้ตลาดยังจับตาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด

source : Vance says US not there yet on Iran, but close | Reuters

US says it struck Iranian military sites

🇮🇷 สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านล่าสุด

ตอนนี้มี 3 เรื่องใหญ่ที่นักลงทุนและตลาดโลกกำลังจับตา:

1. อิหร่าน “ระงับการเจรจา” กับสหรัฐฯ แล้ว

อิหร่านประกาศหยุดการติดต่อและการส่งข้อความผ่านคนกลางกับสหรัฐฯ หลังไม่พอใจที่อิสราเอลยังคงโจมตีเป้าหมายในเลบานอน แม้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะอยู่ระหว่างความพยายามเจรจาหยุดสงครามก็ตาม โดยอิหร่านมองว่าสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของอิสราเอลด้วยเช่นกัน

2. จุดเสี่ยงย้ายจาก “อิหร่าน” ไปสู่ “เลบานอน”

เดิมตลาดกังวลเรื่องการปะทะโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ตอนนี้ความเสี่ยงย้ายไปที่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนแทน

แม้จะมีความพยายามประกาศหยุดยิงหลายรอบ แต่ยังมีการโจมตีตอบโต้กันต่อเนื่อง ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงยังเปราะบางมาก

3. ความเสี่ยง “ช่องแคบฮอร์มุซ” กลับมาอีกครั้ง

สื่อใกล้ชิดรัฐบาลอิหร่านส่งสัญญาณว่า หากอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีเลบานอน อิหร่านอาจพิจารณามาตรการตอบโต้ที่กระทบการขนส่งพลังงาน รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นทันทีหลังข่าวออกมา

🇺🇸 ฝั่งสหรัฐฯ ทำอะไรล่าสุด?

สหรัฐฯ ยืนยันว่าเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้โจมตีเป้าหมายเรดาร์และศูนย์ควบคุมโดรนของอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเองหลังเกิดเหตุเผชิญหน้าทางทหารเพิ่มเติมในอ่าวเปอร์เซีย แต่ ประธานาธิบดี Donald Trump โพสต์เมื่อ 1 มิ.ย. ว่า การพูดคุยกับอิหร่านยังดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว (at a rapid pace)” และปฏิเสธรายงานที่บอกว่าการเจรจายุติลงแล้ว

source : Lebanon announces partial ceasefire between Israel, Hezbollah but attacks continue | Reuters

Earning Q1 last week

Salesforce ส่งงบที่ทำลายสถิติทุกตัว Revenue $11.13B โตขึ้น 13% YoY เหนือ consensus ที่ $11.06B GAAP EPS พุ่ง 52% YoY มาที่ $2.42 ส่วน Non-GAAP EPS ที่ $3.88 โตขึ้น 50% YoY ซึ่ง beat consensus ที่ตลาดคาดไว้ $3.11–3.12 อย่างชัดเจน Non-GAAP Operating Margin ทำ record ใหม่ที่ 34.8% (+250bps YoY)

จุดที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุดคือ Agentforce ซึ่งโต 205% YoY มี ARR แตะ $1.2B แล้ว (quarter ก่อนอยู่ที่ $800M เท่านั้น) ส่วนรวม AI + Data 360 ARR อยู่ที่ $3.4B โดยมี Agentic Work Units ส่งมอบไปแล้ว 3.8B หน่วย (+111% QoQ) และ Token ที่ประมวลผลไปแล้ว 28.6 ล้านล้าน token (+152% QoQ)

อย่างไรก็ตามหุ้น CRM ยัง YTD -32% อยู่ เพราะตลาดยังกังวลเรื่อง seat-based pricing ที่อาจถูกกัดกินโดย AI agents ในระยะยาว แต่หลัง earnings ออกมา sentiment เริ่มพลิกขึ้น เพราะ Agentforce growth พิสูจน์ว่า monetization model ใหม่กำลัง kick in

Salesforce

งบดีมาก AI โตแรง  Margin ดี

แต่ยังโตเพียง ~13%

Narrative เดิมยังอยู่ (AI จะมากิน Seat Revenue หรือไม่)

จึงเป็น “Good Results”

Snowflake ส่งงบที่ไม่แค่ beat ตัวเลข แต่พลิกเรื่องราวทั้งหมดที่ตลาดกังวลมาตลอดปี Product Revenue $1.33B โต 34% YoY เร่งขึ้นจาก 30% ใน Q4 ซึ่งถือว่า rare มากสำหรับ software company ที่ scale ระดับนี้แล้วจะ re-accelerate ได้

ที่ทำให้หุ้นพุ่ง +37% AH ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มาจากสองเรื่องรวมกัน คือ Guidance raise จาก $5.66B เป็น $5.84B (+31% growth) ซึ่ง well above consensus ทุกสำนัก และ AWS Deal มูลค่า $6B ระยะ 5 ปี ที่ทำให้ Snowflake ข้าม $7B lifetime AWS Marketplace sales ไปแล้ว เป็นการ double down ของทั้งสองฝ่ายว่า AI workload กำลังโตต่อ

Deal highlights ที่น่าสนใจ: มี 64 customers ที่ใช้จ่ายเกิน $10M ใน trailing 12 months และยังมีการ expand partnership กับ OpenAI ($200M deal) และ SAP ที่ GA แล้ว บวกกับ acquisition Natoma ซึ่งเป็น MCP platform สำหรับ AI agents ทำให้ Snowflake กำลังวาง position ตัวเองเป็น “governance layer” ของทุกอย่างที่ AI agents ทำในองค์กร

Net new customers 616 รายใน Q1 (+38% YoY) ถือว่าแข็งแกร่งมาก ส่วน Q2 guidance อยู่ที่ $1.415–1.42B (+30% YoY) ซึ่งยังรักษา growth momentum ไว้ได้ดี

Growth เร่งจาก 30% → 34%  Raise Guidance แรง  AWS Deal $6B  ลูกค้าองค์กรโตเร็ว  AI Story แข็งขึ้นมาก จึงเป็น “Narrative-Changing Results”

Dell ส่ง quarter ที่ไม่มีใครคาดถึง Revenue $43.8B โต 88% YoY เทียบ consensus ที่ $35.4B — beat ไปกว่า $8B ซึ่งถือว่าใหญ่มาก EPS $4.86 beat consensus ที่ $2.93 ไปถึง 65% นี่คืออัตราการเติบโตเร็วที่สุดของ Dell นับตั้งแต่กลับมา IPO ในปี 2018 ซึ่งก่อนหน้านี้ growth สูงสุดเคยแค่ 39%

Infrastructure Solutions Group (ISG) คือหัวใจหลักทั้งหมด Revenue $29B โต 181% YoY ขับเคลื่อนโดย AI server ที่ recognize revenue ไปแล้ว $16.1B และยัง book orders มาอีก $24.4B ใน quarter เดียว ทำให้ backlog สะสมอยู่ที่ $51.3B ซึ่งให้ visibility รายได้ข้ามหลาย quarter ไปแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจคือ CSG (PC + Consumer) ก็ไม่ได้อ่อนแอ Revenue $14.6B โต 17% YoY โดย Commercial PC โต 18% สะท้อนว่า AI PC cycle กำลังเริ่ม refresh รอบใหม่ในองค์กร ส่วน Traditional Server and Networking ก็โต 92% โดย demand outpacing supply ในทุก region

Jeff Clarke COO สรุป quarter ด้วยตัวเลขที่ชัดเจนว่า “We booked $24.4 billion in AI orders and recognized $16.1 billion of AI server revenue” ซึ่งเป็น signal ที่แข็งแกร่งที่สุดใน hardware play ทั้งอาทิตย์

EPS $4.86 beat consensus ที่ $2.94 ไปถึง 65% และ revenue $43.84B ทุบ consensus ที่ $35.43B ทิ้งห่างไป $8B กว่า ถือเป็น biggest EPS surprise ของอาทิตย์นี้เลย

ถ้านับรวมกันแล้ว อาทิตย์นี้มีสองตัวที่หุ้น +37-39% AH ในคืนเดียวคือ SNOW กับ DELL ทั้งคู่ AI infrastructure play สะท้อน theme ชัดมากว่าตลาดยังเชื่อ AI capex cycle ไปต่อ

AI Spending Supercycle Begins

Alphabet ระดมทุน 80,000 ล้านดอลลาร์ เดิมพันครั้งใหญ่กับ AI Infrastructure

Alphabet ประกาศระดมทุนครั้งประวัติศาสตร์มูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์ผ่านการขายหุ้นหลายรูปแบบมี 4 แบบ

หุ้นสามัญ (Common Stock) — ออกหุ้นใหม่ขายนักลงทุน

หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) — ได้สิทธิรับผลตอบแทนก่อนหุ้นสามัญ

หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bonds/Notes) — เป็นหนี้ก่อน แล้วแปลงเป็นหุ้นได้ภายหลัง

Private Placement — ขายให้สถาบันหรือรายใหญ่โดยตรง เช่น Berkshire Hathaway

 เพื่อนำเงินไปลงทุนใน Data Center, TPU และโครงสร้างพื้นฐาน AI รองรับความต้องการด้านประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจเพิ่มทุนทั้งที่บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง สะท้อนว่าความต้องการ AI อาจเติบโตเร็วกว่าที่ตลาดเคยคาดไว้มาก นักลงทุนจึงมองข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกต่อวัฏจักรการลงทุน AI ระยะยาว และเป็นแรงหนุนต่อกลุ่มชิป เซิร์ฟเวอร์ ระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก

Berkshire Hathaway ทุ่ม 10,000 ล้านดอลลาร์ เข้าร่วมดีล Alphabet

อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดคือ Berkshire Hathaway ของ Greg Abel เข้าลงทุน 10,000 ล้านดอลลาร์ในดีลเพิ่มทุนของ Alphabet ซึ่งถือเป็นการเดิมพันด้าน AI ที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ Berkshire ตลาดตีความว่า Berkshire ไม่ได้มอง AI เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เชื่อว่าการลงทุนใน AI Infrastructure จะกลายเป็นธีมการเติบโตระยะยาวในอีกหลายปีข้างหน้า

Anthropic ยื่น IPO ก่อน OpenAI กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของตลาด

Anthropic ผู้พัฒนา Claude ยื่นเอกสาร IPO แบบ Confidential Filing อย่างเป็นทางการ และอาจเข้าตลาดได้เร็วที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ หลังบริษัทได้รับการประเมินมูลค่าสูงถึงประมาณ 965,000 ล้านดอลลาร์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ Anthropic กลายเป็นหนึ่งใน IPO ที่ได้รับการจับตามากที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ AI IPO Cycle รอบใหม่ คล้ายยุคอินเทอร์เน็ตในช่วงปลายทศวรรษ 1990

source : Alphabet plans to raise $80 billion for AI goals, Berkshire to invest $10 billion | Reuters

NVIDIA has launched the N1X or RTX Spark chip.

🚀 NVIDIA เปิดตัว RTX Spark จุดเริ่มต้นของ Personal AI Computer

NVIDIA เปิดตัวชิป N1X หรือ RTX Spark ซึ่งเป็นชิป Arm สำหรับ Windows PC ที่รวม CPU และ GPU ระดับสูงไว้ในระบบเดียว พร้อม Unified Memory ขนาด 128GB จุดเด่นสำคัญคือสามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่ภายในเครื่องได้โดยไม่ต้องพึ่ง Cloud NVIDIA ไม่ได้มุ่งสร้างพีซีเกมรุ่นใหม่ แต่กำลังสร้างหมวดสินค้าใหม่ที่เรียกว่า Personal AI Computer สำหรับนักพัฒนา AI นักวิจัย และองค์กรที่ต้องการประมวลผลข้อมูลภายในเครื่อง

RTX Spark รวมทุกอย่างไว้ในชิปเดียว

CPU Arm 20 คอร์ (Grace CPU)

GPU Blackwell 6,144 CUDA Cores

Unified Memory สูงสุด 128GB

พลังประมวลผล AI สูงสุด 1 Petaflop

พัฒนาร่วมกับ Microsoft และ MediaTek

📉 ทำไมหุ้น Intel ร่วงแรงหลังข่าว RTX Spark

การเปิดตัว RTX Spark ทำให้นักลงทุนกังวลว่า NVIDIA กำลังบุกตลาด AI PC ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของ Intel โดยเฉพาะธุรกิจ Client Computing Group ที่เป็นแหล่งรายได้และกำไรหลักของบริษัท แม้ผลกระทบต่อรายได้ของ Intel ในช่วง 1–2 ปีข้างหน้ายังมีจำกัด แต่ตลาดเลือกที่จะปรับมูลค่าหุ้นเพื่อสะท้อนความเสี่ยงระยะยาวของโมเดลธุรกิจ ส่งผลให้หุ้น Intel ถูกขายออกอย่างหนักในระยะสั้น

☁️ Local AI จะทำให้ Data Center AI หมดความสำคัญหรือไม่?

การมาของ RTX Spark ทำให้เกิดคำถามว่าการลงทุนมหาศาลใน Data Center และ Cloud AI อาจมากเกินไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของอุตสาหกรรมยังชี้ว่า Local AI และ Cloud AI จะเติบโตควบคู่กัน Local AI เหมาะสำหรับงานส่วนบุคคล งานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และนักพัฒนา ขณะที่ Cloud AI ยังคงจำเป็นสำหรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ การให้บริการผู้ใช้นับร้อยล้านคน และการใช้งานระดับองค์กร ดังนั้นการลงทุนใน AI Infrastructure ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อไป

source : reutersconnect.com

NVIDIA Expands Global Humanoid Robot Partnerships

NVIDIA กำลังขยายความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ Humanoid จากเดิมที่ทำงานกับบริษัทจีนอย่าง Unitree Robotics ไปสู่ผู้ผลิตในสหรัฐฯ ยุโรป และเกาหลีใต้ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มหุ่นยนต์มาตรฐานสำหรับงานวิจัยและการศึกษา

โครงการปัจจุบันใช้หุ่นยนต์ของ Unitree ร่วมกับมือกลจากบริษัท Sharpa ของสิงคโปร์ และติดตั้งชิป Blackwell ของ NVIDIA เป็นสมองหลักของระบบ โดยมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัย เช่น Stanford และ UC San Diego ใช้งานได้ง่ายขึ้น

ประเด็นสำคัญคือ NVIDIA พยายามแก้ข้อกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของหุ่นยนต์จีน หลังนักการเมืองสหรัฐฯ ตั้งคำถามเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของ Unitree กับภาครัฐและกองทัพจีน โดย NVIDIA ระบุว่าการอัปเดตซอฟต์แวร์ทั้งหมดจะต้องผ่านชิปของตน เพื่อยืนยันความถูกต้องของโค้ดและป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ประเด็นข่าว OpenAI ยังไม่ IPO แต่กำลังวางหมากใหญ่สู่โลกหุ่นยนต์ แม้ OpenAI ยังไม่ได้ยื่น IPO อย่างเป็นทางการ แต่ตลาดคาดว่าบริษัทอาจเดินหน้าเข้าตลาดภายใน 6–12 เดือนข้างหน้า ขณะเดียวกัน Sam Altman ได้ประกาศตั้งทีม OpenAI Robotics เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถทำงานในโลกจริงได้ เป้าหมายคือเปลี่ยน AI จากซอฟต์แวร์ที่ตอบคำถาม มาเป็น AI ที่สามารถมองเห็น เข้าใจ และลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้จริง ถือเป็นการเปิดฉากการแข่งขันในยุค Physical AI และ Humanoid Robotics อย่างเต็มรูปแบบ

Tesla → เริ่มผลิต 2026 / ขายจริง 2027

Figure AI → เน้นโรงงานและโลจิสติกส์ คาดเริ่ม deploy เชิงพาณิชย์ 2026–2027

Agility Robotics → มีหุ่น Digit ใช้งานกับคลังสินค้าแล้วบางส่วน

Apptronik → ตั้งเป้าผลิตเชิงพาณิชย์ช่วง 2026–2027 Unitree Robotics → จีนน่าจะเป็นฝั่งที่มีโอกาสออกสู่ตลาดจำนวนมากเร็วที่สุด เพราะต้นทุนต่ำกว่าและเริ่มขาย developer version แล้วบางรุ่น

source : Nvidia to work with US, European humanoid robot makers in addition to China’s Unitree  | Reuters

Microsoft–OpenAI Deal Reset Ends Exclusivity

บริษัท Blue Origin เปิดเผยว่าเกิด “anomaly” หรือเหตุผิดปกติระหว่างการทดสอบ hot-fire test ของจรวด New Glenn ที่ฐานปล่อยในรัฐฟลอริดา โดยจรวดเกิดระเบิดและลุกไหม้บนแท่นปล่อยก่อนภารกิจจริงที่วางแผนไว้ในสัปดาห์ถัดไป ส่งผลให้ตัวจรวดถูกทำลายทั้งหมด แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

เหตุการณ์นี้ถือเป็นแรงกระแทกสำคัญต่อแผนการแข่งขันของ Blue Origin กับ SpaceX เพราะ New Glenn เป็นจรวดขนาดใหญ่ที่ถูกวางให้เป็นกำลังหลักในการส่งดาวเทียมอินเทอร์เน็ตของ Amazon และภารกิจดวงจันทร์ของ NASA ในโครงการ Artemis ด้วย

รายงานของ Reuters ระบุว่าแท่นปล่อยได้รับความเสียหายหนัก และอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนในการซ่อมแซม ส่งผลให้กำหนดการปล่อยดาวเทียมเครือข่ายบรอดแบนด์ของ Amazon รวมถึงภารกิจดวงจันทร์บางส่วนมีความเสี่ยงล่าช้าออกไป

แม้จะเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ แต่หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมอวกาศมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาจรวดขนาดใหญ่ โดย Elon Musk ยังส่งข้อความให้กำลังใจ Blue Origin พร้อมระบุว่าการพัฒนาระบบส่งมนุษย์และสัมภาระสู่อวกาศเป็นงานที่ยากมากอยู่แล้ว

Blue Origin เสียเวลาอีกหลายเดือน เพราะแท่นปล่อยได้รับความเสียหายหนัก และมีโอกาสเลื่อนภารกิจ New Glenn อย่างน้อยราว 6 เดือน ทำให้ roadmap การส่งดาวเทียม Kuiper ของ Amazon และภารกิจดวงจันทร์ของ NASA ช้าลง

SpaceX ได้เปรียบขึ้นทันที เพราะตอนนี้ SpaceX ยังเป็นผู้เล่นที่มี reliability สูงสุดในตลาดจรวดขนาดใหญ่ และลูกค้าบางส่วนอาจต้องพึ่ง Falcon 9/Falcon Heavy เพิ่มขึ้นในช่วงที่ Blue Origin ฟื้นตัว

ตลาดไม่ได้ panic ต่อ Space Sector เพราะนักลงทุนมองว่าการระเบิดระหว่างการพัฒนาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในอุตสาหกรรมนี้ โดย SpaceX เองก็เคยผ่านเหตุการณ์คล้ายกันหลายครั้งก่อนจะประสบความสำเร็จ

source : Blue Origin rocket explodes on launchpad in a setback for bid to catch Musk’s SpaceX | Reuters

Blue Owl Locks in SpaceX Gains

ประเด็นสำคัญ

บริษัท Blue Owl Capital เปิดเผยว่าได้ขายหุ้นประมาณครึ่งหนึ่งที่ถือใน SpaceX ที่มูลค่าประเมินราว 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้สามารถทำกำไรได้ประมาณ 10 เท่าจากเงินลงทุนเดิม ขณะยังคงถืออีกครึ่งหนึ่งต่อไป

การลงทุนดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปี 2021 ด้วยเงินราว 27 ล้านดอลลาร์ และมูลค่าพุ่งขึ้นต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งในดีลที่สร้างกำไรสูงสุดของกองทุน

ดีลขายบางส่วนนี้ถูกมองว่าเป็นการ “ล็อกกำไร” และใช้เป็นกันชน (hedge) เพื่อลดความเสี่ยงจากพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีที่อาจได้รับผลกระทบจาก AI

ทั้งนี้ SpaceX มีแผน IPO ภายในปี 2026 โดยอาจมีมูลค่าสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ และระดมทุนราว 75 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจกลายเป็น IPO ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ภาพรวมสะท้อนว่า SpaceX กลายเป็น “mega theme” ที่เชื่อมทั้งอุตสาหกรรมอวกาศและ AI ขณะที่นักลงทุนสถาบันเริ่มทยอยทำกำไรบางส่วนก่อนเหตุการณ์สำคัญอย่างการเข้าตลาดหุ้น

โดยมูลค่าบริษัทจากตัวเลข valuation ดีล/IPO ที่อัปเดตล่าสุดประมาณ :

ล่าสุด (ดีลรอง/นักลงทุน): ประมาณ $1.25 trillion (~1.25 ล้านล้านดอลลาร์)

เป้าหมายตอน IPO (กลางปี 2026): ส่วนใหญ่คาด $1.5 – $1.75 trillion

บางข่าวบอกอาจดันไปถึง $2 trillion+

source : Blue Owl sold about half its SpaceX holding at $1.25 trillion valuation, co-CEO says | Reuters

Economic Calendar

กองทุนเสนอขายครั้งแรก และการจัดอันดับกองทุนพักเงิน

จัดอันดับกองทุนพักเงินประจำสัปดาห์ วันที่ 02 มิถุนายน 2569 ประเภทกองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ระยะสั้น และตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว โดยเรียงตามอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี

ติดตามบทความอื่นๆได้ที่ https://wealthcertified.co.th/market-update/

Disclaimer

ข้อมูลและเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ ถูกรวบรวมขึ้นจากแหล่งที่มาที่พิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามทางบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซ อร์ติฟายด์ จำกัด ไม่อาจรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเอกสารฉบับนี้ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ ข้อมูลและความคิดเห็นในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถนำเอามาใช้รับประกันผลตอบแทนในปัจจุบันและอนาคตได้ ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลขาดทุนจากการขาดทุนได้ จึง ต้องทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานที่นำเสนอนั้น อาจไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องมีการเรียกเก็บจากผู้ลงทุน เป็นต้น

ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียม เช่น ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end-fee) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end-fee) ค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยน หน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมในการโอนหน่วยลงทุนให้กับบุคคลอื่น หรือค่าปรับกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนดในโครงการ (Exit Fee) เป็น ต้น รวมถึง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสินทรัพย์ของกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) เป็นต้น ได้จาก Fund Factsheet กองทุนของแต่ละบลจ. บริษัทฯ ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมของกองทุนตามที่ระบุไว้ใน Fund Fact sheet ของแต่ละบลจ. บริษัทฯ อาจได้รับค่าตอบแทน (Trailer Fee) จากบลจ. จากการแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในกองทุนนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นค่าบริการใน การให้คำแนะนำและดูแลการลงทุนของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปและไม่สามารถนำไปแก้ไข ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนหรือทั้งหมด โดยปราศจากความเห็นชอบและอนุญาตจาก บริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลส์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด

You cannot copy content of this page