ตลาดเข้าสู่โหมด “Fed กลับมาเป็นตัวแปรหลัก ขณะที่ราคาน้ำมันและ Bond Yield กดดัน Valuation ทั่วโลก” หลัง Brent ทะลุ $100 ต่อบาร์เรลจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่รุนแรงขึ้น ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและโอกาสที่ดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานขึ้นกลับมาอีกครั้ง สะท้อนจากผลสำรวจ Reuters ที่สัดส่วนนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยตลอดปีลดลงเหลือ 56% จากเดิม 80% แม้มติส่วนใหญ่ยังมองว่า Fed จะคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ในการประชุม 15–16 ก.ย. ก็ตาม ขณะที่ Bond Yield ทั่วโลกปรับขึ้นพร้อมกัน โดย US 10Y แตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2023 และ JGB ญี่ปุ่นทะลุ 3% เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี ด้านตลาดหุ้น กลุ่ม Technology และ AI ยังได้รับแรงหนุนเป็นระยะจากความแข็งแกร่งของ AI Demand โดยเฉพาะหุ้น Semiconductor และ Data Center แต่การปรับตัวขึ้นของ Bond Yield ทำให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับต้นทุนทางการเงินและ Valuation มากขึ้น ขณะที่ Dell ยังคงสะท้อน AI Infrastructure Demand ที่แข็งแกร่ง จากคำสั่งซื้อ AI Server สะสมกว่า $130bn แม้ตลาดเริ่มจับตาความเสี่ยงด้าน Funding Cost จากการที่ Hyperscaler ระดมทุนผ่านตราสารหนี้มากขึ้น



News overview from last week

Brent crude tops $100 as US-Iran conflict sparks a risk-off wave
สรุปสถานการณ์ปัจจุบัน
▪ตลาดกลับเข้าสู่โหมด Risk-off ชัดเจนขึ้น หลัง Brent ทะลุ $100/บาร์เรล จากความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและการขนส่งในตะวันออกกลาง
▪ตลาดกังวลว่า Supply disruption อาจยืดเยื้อ ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองสหรัฐฯ (SPR) ลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1982 ทำให้มี buffer รองรับ shock น้อยลง
▪Reuters รายงานว่า Brent ปิดศุกร์ที่ $104.61 และ WTI $100.05 ลดลงราว 2–3% จากวันก่อน แม้ทั้งสัปดาห์ยังบวกมากกว่า 8% โดยการย่อเกิดหลังมีข่าว ความเป็นไปได้ของ diplomatic talks กับ Iran เรื่อง Hormuz
▪แต่ล่าสุด การประชุม Gulf–Iran ถูกเลื่อน: การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและอิหร่านที่โอมาน ซึ่งเดิมมีกำหนดวันที่ 14 ก.ย. ถูกเลื่อนออกไปหลังเกิดเหตุโดรนโจมตีท่อส่งน้ำมันของซาอุฯ
▪🇮🇷 Iran
→ ต้องการให้ Hormuz เปิดการเดินเรือ แต่ไม่ยอมเปิดฟรี ๆ / ต้องการให้สหรัฐ ยุติการปิดล้อม/โจมตี ก่อน และ Iran ต้องการมีสิทธิ์ควบคุมการเดินเรือผ่าน Hormuz รวมถึงแนวคิด เก็บค่าผ่านทาง ซึ่ง Oman/สหรัฐไม่ยอมรับ
🇺🇸 US
→ ต้องการ กดดัน Iran ให้ยอมเจรจาเงื่อนไขที่กว้างกว่าแค่ Hormuz โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงและโครงการนิวเคลียร์ / ตอนนี้สหรัฐยังคง blockade ท่าเรือ Iran และใช้กำลังทหารกดดันอยู่ / แต่ปัญหาคือ US เองก็ไม่อยากให้ราคาน้ำมันสูงนาน เพราะเริ่มกระทบเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐแล้ว
🇴🇲 Oman + 🇸🇦🇶🇦🇦🇪 Gulf states
→ ไม่อยากเลือกข้างเต็มตัว / เป้าหมายคือ เอา Hormuz กลับมาเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ เพราะเศรษฐกิจของพวกเขาเองโดนกระทบ / Oman เลยทำหน้าที่คนกลางระหว่าง Iran กับ US และตอนนี้พยายามดันให้ Gulf states มาช่วยสร้างข้อตกลงเรื่อง “safe passage”
Source : Oil falls but head for 8% weekly gain on tight supply; US diesel hits record | Reuters
The bond sell-off goes global: Japan, Europe join the reset
ญี่ปุ่น: จุดเปลี่ยนของ Carry Trade
▪10Y JGB ขึ้นแตะ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996 ขณะที่ตลาดเพิ่มโอกาส BOJ ขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ทำให้เงินเยนแข็งค่า
▪ความเสี่ยงสำคัญคือการ Unwind ของ Yen Carry Trade นักลงทุนญี่ปุ่นอาจนำเงินกลับประเทศ หากผลตอบแทนพันธบัตรในประเทศน่าสนใจขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความผันผวนให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ยุโรป: ECB เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ
▪ECB มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ 2.50% ในการประชุมวันนี้ หลังราคาพลังงานกลับมาสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อ
▪บางสถาบันเริ่มมองว่า ECB อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อในเดือน ธ.ค. หากราคาพลังงานอยู่สูงนานกว่าคาด สะท้อนภาพรวม Global Liquidity ที่มีแนวโน้มตึงตัวกว่าที่ตลาดเคยคาดไว้
Source : Yields, dollar rise, stocks ease after solid US jobs report | Reuters
Economic Calendar

Apple’s first foldable lands — investors shrug, supply chain smiles
สรุปการเปิดตัว
▪Apple เปิดตัว iPhone 18 และ iPhone Duo ซึ่งเป็น Foldable รุ่นแรกของบริษัท ราคาเริ่มต้น $1,999 พร้อมอัปเกรด Apple Intelligence และชิป A20 Pro
▪iPhone 18 Pro ปรับราคาเพิ่มขึ้น $100 ส่วนหนึ่งจากต้นทุน Memory ที่สูงขึ้น
ปฏิกิริยาตลาด
▪ตลาดตอบรับค่อนข้างจำกัด เพราะหลายเรื่องถูกคาดหวังไว้ล่วงหน้าแล้ว และราคาที่สูงขึ้นอาจจำกัดการขยายตลาดในวงกว้าง
มุมมองการลงทุน
▪มองผลบวกต่อ Supply Chain มากกว่าตัว Apple เอง โดยเฉพาะกลุ่ม Semiconductor, Memory, Display, Camera และ Component ที่ได้ประโยชน์หากยอดขาย Foldable และรุ่น Premium สูงกว่าคาด
▪Apple เองอาจไม่มี Catalyst ใหม่มากพอที่จะเปลี่ยนภาพประมาณการกำไรได้ในทันที
Source : Newsroom – Apple
Dell smashes estimates as AI server backlog hits record $95 billion
สรุปผลประกอบการ
▪ รายได้ $46.97bn (+57.8% YoY) สูงกว่าคาด ขณะที่ EPS $7.04 (+203% YoY) สะท้อน Margin ที่ดีขึ้น โดย Gross margin เพิ่มเป็น 21.1% จาก 18.7%
▪ AI Server Revenue $16.4bn (+100% YoY) ขณะที่ Orders พุ่ง +≈150% QoQ เป็น $60.9bn ดัน Backlog ขึ้นเป็น $95bn (+85% QoQ) สะท้อน AI demand ที่ยังเร่งตัว
▪Traditional Server & Networking โต +122% YoY และ Storage +26% YoY สะท้อนการลงทุน Data Center ที่ขยายไปทั้งระบบ ไม่ได้มาจาก AI Server อย่างเดียว
▪ ISG Operating margin เพิ่มเป็น 15.0% จาก 8.8% ช่วยให้กำไรโตเร็วกว่ารายได้ และบ่งชี้ว่าบริษัทเริ่มได้ประโยชน์จาก Operating leverage
▪ ปรับ Guidance FY27 ขึ้น รายได้เป็น $192bn และ EPS เป็น $25.50 ขณะที่เป้า AI Server เพิ่มเป็น $74bn สะท้อนมุมมองว่า AI infrastructure demand ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง
▪ จุดต้องจับตา: Backlog ที่สูงมากต้องเปลี่ยนเป็น Revenue และ Cash flow ให้ได้ตามคาด เพราะกระแสเงินสดยังโตช้ากว่ากำไร
ปฏิกิริยาตลาด
▪หุ้น Dell พุ่งขึ้นทันทีกว่า 9% แตะระดับ $468 หลังประกาศงบ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อวงจร AI Server
มุมมองการลงทุน
▪Dell กลายเป็นหนึ่งใน Direct Beneficiary ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่อจากกลุ่มชิปและ Hyperscaler จุดที่ต้องติดตาม: อัตรากำไรธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ AI ที่มักต่ำกว่าธุรกิจดั้งเดิม และความสามารถแปลง Backlog เป็นรายได้จริง
Source : Dell Technologies Delivers Second Quarter Fiscal 2027 Financial Results | Dell Technologies
Oracle beats on cloud — then Ellison scraps $7.5B share-sale plan
สรุปผลประกอบการ
▪ รายได้ $19.3bn (+30% YoY) และ EPS $1.92 (+30% YoY) สูงกว่าคาด โดย Cloud $11.6bn (+62% YoY) เป็นตัวขับหลัก
▪ OCI/IaaS $7.4bn (+121% YoY) โตเด่น ขณะที่ SaaS +10% และ Software เดิม -3% YoY สะท้อนการเปลี่ยน Growth mix ไปสู่ AI Infrastructure
▪ RPO พุ่ง $664bn (+46% YoY) หลังเซ็น AI contracts ใหม่ >$30bn และส่งมอบ GPU กว่า 300,000 ตัว สะท้อน AI demand ยังแข็งแรง
▪ จุดสำคัญคือโมเดลสัญญาใหม่ ที่ให้ลูกค้าช่วย fund/จัดหา infrastructure มากขึ้น ทำให้ Oracle รับ RPO ก้อนใหญ่ได้โดยไม่ต้องเพิ่มเงินลงทุนตามสัดส่วนเดิม
▪ Capex $28.5bn (+137% YoY) แต่ OCF $23.1bn (+184% YoY) และ FCF -$5.4bn สะท้อนว่ายังอยู่ช่วงเร่งลงทุน จึงต้องดูว่า RPO จะทยอยเปลี่ยนเป็น Revenue และ FCF ได้เร็วแค่ไหน
▪ Guidance ยังแรง: Q2 Revenue +30–34% YoY, Cloud +65–71% YoY พร้อมเป้า FY27 EPS $8.10 สะท้อน Oracle ยังมอง AI Cloud โตต่อ
ปฏิกิริยาตลาด
▪หุ้น Oracle ขึ้นราว 7% ใน After-hours หลังงบดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปียังติดลบเกือบ 23% จากความกังวลเรื่อง Capex และกระแสเงินสด
ประเด็นผู้บริหารขายหุ้น (Insider Sale)
▪11 ก.ย. 2569: เปิดเผยว่า Larry Ellison ประธานบริหาร (Executive Chair) และ CTO ผู้ก่อตั้งบริษัท ตั้งแผนขายหุ้น (10b5-1 Plan) สูงสุด 50 ล้านหุ้น มูลค่าราว 7.5 พันล้านดอลลาร์ มีผลตั้งแต่ 22 มิ.ย. หมดอายุ 24 ต.ค. 2569 12 ก.ย. 2569 (วันถัดมา): Ellison ประกาศยกเลิกแผนขายหุ้นทันที บริษัทระบุว่ายังไม่มีการขายหุ้นภายใต้แผนนี้ และไม่มีแผนขายหุ้นเพิ่มเติมอีก
Source : Oracle (ORCL) Q1 earnings report 2027
กองทุนเสนอขายครั้งแรก และการจัดอันดับกองทุนพักเงิน

จัดอันดับกองทุนพักเงินประจำสัปดาห์ วันที่ 07 สิงหาคม 2569 ประเภทกองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ระยะสั้น และตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว โดยเรียงตามอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี



ติดตามบทความอื่นๆได้ที่ https://wealthcertified.co.th/market-update/
Disclaimer
ข้อมูลและเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ ถูกรวบรวมขึ้นจากแหล่งที่มาที่พิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามทางบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด ไม่อาจรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของเอกสารฉบับนี้ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ ข้อมูลและความคิดเห็นในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ผู้ลงทุนต้องเข้าใจว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถนำเอามาใช้รับประกันผลตอบแทนในปัจจุบันและอนาคตได้ ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลขาดทุนจากการขาดทุนได้ จึง ต้องทำความเข้าใจลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และผลการดำเนินงานที่นำเสนอนั้น อาจไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องมีการเรียกเก็บจากผู้ลงทุน เป็นต้น
ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียม เช่น ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end-fee) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end-fee) ค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยน หน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมในการโอนหน่วยลงทุนให้กับบุคคลอื่น หรือค่าปรับกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนดในโครงการ (Exit Fee) เป็น ต้น รวมถึง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสินทรัพย์ของกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) เป็นต้น ได้จาก Fund Factsheet กองทุนของแต่ละบลจ. บริษัทฯ ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมของกองทุนตามที่ระบุไว้ใน Fund Fact sheet ของแต่ละบลจ. บริษัทฯ อาจได้รับค่าตอบแทน (Trailer Fee) จากบลจ. จากการแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในกองทุนนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นค่าบริการใน การให้คำแนะนำและดูแลการลงทุนของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปและไม่สามารถนำไปแก้ไข ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนหรือทั้งหมด โดยปราศจากความเห็นชอบและอนุญาตจาก บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน เวลธ์ เซอร์ติฟายด์ จำกัด